งานมองดูรอยตัดอันขรุขระบนผนังหลอดเลือดที่นำมาประกบกัน รู้สึกชาหนึบไปถึงหนังศีรษะ หากเย็บได้ต้องเก่งมากเลยทีเดียว!
ไม่ทราบว่าตั้งแต่เมื่อใด พวกเขามองเข้าไปในดวงตาของหัวหน้าเมิ่ง สัมผัสได้ถึงความน่าสมเพชจางๆ
วิสัญญีแพทย์เห็นท่าทางนิ่งค้างของเมิ่งซีก็อยากหัวเราะออกมาจริงๆ การเย็บคราวนี้ยุ่งยากมาก จากเดิมที่ต้องเย็บเป็นเส้นตรงกลายเป็นต้องเย็บแบบไม่สม่ำเสมอ
เมิ่งซีลังเล มองเฉินชางด้วยสายตาไร้อารมณ์ “มา เดี๋ยวฉันช่วยจับหลอดเลือดให้คุณเอง คุณมารับเข็มไปสิคะ!”
เฉินชางพยักหน้าแล้วรับคีมจับเข็มเอาไว้พลางมองเมิ่งซี
ดีมาก!
“จับให้ดีนะครับ!”
เมิ่งซีรู้สึกเหมือนได้ยินเฉินชางพูดว่า: ทำไม่ได้ก็ไปเป็นผู้ช่วยซะ อย่ามาแย่งงานผม จับตาดูให้ดีๆ แค่ยืนรอรับชัยชนะอยู่ข้างๆ ก็พอแล้ว ไม่ต้องมาแกล้งทำเป็นวางมาดอะไรหรอก…
อาจารย์เมิ่งพลันโกรธจนทนไม่ไหว!
ไอ้หมอนี่!
ดูถูกกันนี่นา!
ลืมไปแล้วสินะว่าระหว่างเราสองคนใครเป็นอาจารย์กันแน่
แต่ในการผ่าตัด อย่างไรก็ต้องมองภาพรวมเป็นสำคัญ
เฉินชางรับคีมจับเข็มมา ดวงตาจ้องมองไปที่รอยตัดหลอดเลือดแล้วเริ่มรวบรวมสมาธิ
คนอื่นไม่รู้วิธีเย็บ เพราะดูแล้วบาดแผลนี้ค่อนข้างยุ่งยากเลยทีเดียว ไม่รู้ว่าเฉินชางจะลงมืออย่างไร
แน่นอนว่าหากเฉินชางเชื่อมประสานรอยตัดทั้งสองได้ไม่ดี ย่อมกลายเป็นการเพิ่มภาระอย่างไม่ต้องสงสัยเลย เมื่อเป็นเช่นนั้นก็จะยุ่งยากเข้าไปอีก!
ความคิดของเขาเป็นความคิดที่ดี