“พี่สะใภ้รอง ทำไมท่านมองข้าแบบนี้?”
หลิวซื่อถามอย่างระแวง “ในเมื่อเป็นเรื่องที่ได้ประโยชน์ แล้วเจ้ามาบอกข้าทำไม? เจ้าเอายาไปต้มเอง แย่งความดีความชอบไปทั้งอย่างนี้จะมิดีกว่าหรือ?”
หลิวซื่อรู้สึกว่าเรื่องราวหาได้เรียบง่ายปานนั้น
หลี่ซื่อหัวเราะออกมาอย่างเปิดเผย นางพูดว่า “ต้องมีเรื่องประโยชน์อยู่แล้ว ท่านคิดดู ถ้าท่านจัดการเรื่องนี้ได้ดี ท่านแม่รู้ว่าข้ามีส่วนช่วยผลักดันอีกแรง แล้วท่านแม่จะไม่พอใจได้อย่างไร?”
หลิวซื่อรู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไหร่ “ที่แท้ เจ้าอยากอาศัยใบบุญข้าสินะ”
“ฮ่า ๆๆๆ…ไอ้หยา พี่สะใภ้รอง อย่าใจแคบไปหน่อยเลย” หลี่ซื่อคว้าแขนหลิวซื่อมาแกว่งเบา ๆ “ข้าไม่ได้จะแย่งความดีความชอบของท่านเสียหน่อย แค่อยากพึ่งใบบุญของท่านนิดเดียวเท่านั้น แค่นิดเดียวจริง ๆ ท่านยังจะไม่ให้ข้ามีส่วนสักหน่อยหรือ”
นางยกมือขึ้นมาทำท่าจิกปลายนิ้วก้อย แสดงให้เห็นว่าแค่นิดเดียวเท่านี้เอง
การพึ่งใบบุญอีกฝ่ายสร้างความชอบต่อหน้าแม่สามีย่อมไม่ใช่ความชอบน้อยนิดอย่างที่นางพูดอยู่แล้ว เพราะด้วยความเข้าใจที่นางมีต่อแม่สามี เทียบกับการที่นางทำงานแทนหลิวซื่อ การผลักดันให้หลิวซื่อทำงานสำเร็จลุล่วงย่อมให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า ทำให้แม่สามีพอใจได้มากกว่า ไม่มีอะไรจะทำให้แม่สามีปีติยินดีได้เท่ากับการได้เห็นลูกสะใภ้ทั้งหลายรักใคร่ปรองดองกันอีกแล้ว
มารดาของนางบอกเช่นนั้น
หลิวซื่อรู้สึกอึดอัดอยู่บ้าง แต่ก็ยอมรับคำแนะนำของหลี่ซ