ที “อ้อ! เยว่เยว่ให้มาหรือ มิน่าล่ะ…!”
เหล่าฉินยังไม่ทันพูดจบ จู่ๆ ก็รู้สึกใจเต้นตึกตัก ใบหน้ากลายเป็นบูดบึ้งราวกับคนท้องผูก รีบพูดว่า “อืม งั้นก็ใส่ให้ดีล่ะๆ ! รีบกลับไปทำงานเถอะ…”
เฉินชางเห็นสีหน้าของเหล่าฉินเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาเช่นนี้ก็ชะงักไป ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่นัก…สุดท้ายจึงส่ายหน้าแล้วเดินจากไป
พวกคนใหญ่คนโตเหล่านี้อารมณ์แปรปรวนกันจริง!
ฉินเสี้ยวหยวนจ้องมองแผ่นหลังของเฉินชาง คิดเชื่อมโยงไปถึงคำพูดเมื่อครู่นี้ของอีกฝ่าย ในใจไหววูบขึ้นมาระรอกหนึ่ง อย่างไรฉินเยว่ก็เป็นคนให้…เหล่าฉินจะทำอะไรก็ต้องระมัดระวังเสียหน่อย!
ฉินเสี้ยวหยวนเรียนรู้จากความผิดพลาดในอดีตมาบ้างแล้ว ถึงอย่างไรฝ้ายบุในเสื้อก็ถูกเฉินชางดึงออกจนหมดแล้ว! แถมยังขาดไปไม่น้อย มีรูด้วย!
สายลมที่พัดเข้ามาเปรียบเสมือนมีด ไม่ใช่แค่หนาวเหน็บ แต่ยังทำให้รู้สึกราวกับถูกกรีดเนื้อด้วย!
เมื่อคิดถึงเรื่องที่ไปดูบ้านช่วงก่อนหน้านี้ เหล่าฉินพลันคิดว่า จะเก็บลูกสาวไว้ไม่ได้แล้ว ต้องรีบรวบรัดเอาเธอออกไปเสียแล้ว! ทว่าเรื่องด่วนที่สุดสำหรับตอนนี้ก็คือ รีบกลับไปดูเสื้อผ้าในตู้ตัวเองว่ายังเหลืออยู่กี่ตัว…
คิดแล้วฉินเสี้ยวหยวนก็ทอดถอนใจออกมาแล้วเดินกลับไปที่ห้องประชุม
การสัมภาษณ์ไม่ได้รับความสนใจเท่าไหร่นัก เขามองเหล่านักข่าวและพวกถานลี่กั๋ว พูดยิ้มๆ ว่า “เอ่อ…ผมมีธุระ ต้องขอตัวไปก่อนนะครับ เลขาถาน ฝากดูแลด้วยนะครับ”
ถานลี่กั๋วแปลกใจเล็ก