ยอันคนนี้รูปร่างสูงใหญ่แต่เสียงค่อนข้างต่ำ ทำให้ทุกคนอดยิ้มไม่ได้
คนๆ นี้ดูเหมือนจะไม่มีการวางมาดเลยสักนิด
“คนนี้เจียงเทา จบปริญญาเอกสาขาศัลยกรรมมือ ต่อไปคุณก็คอยติดตามหัวหน้าอันแล้วกันนะครับ”
เจียงเทายังอายุไม่มาก ประมาณสามสิบปีเท่านั้น แต่เขาหน้าเด็กมาก ดูแล้วเหมือนเพิ่งจบมัธยม
จากนั้นหลี่เป่าซานก็แนะนำทุกคน เมื่อรวมกับหมอในแผนกฉุกเฉินทั้งหมดก็ดูหรูหราขึ้นมาทันใด ฝ่ายศัลยกรรมของแผนกฉุกเฉินมีคนมาใหม่ห้าคน ได้แก่หวังข่ายอัน เจียงเทา หลัวโจวและคนอื่นๆ
ช่วงเช้าเป็นเวลาที่ค่อนข้างวุ่นวาย กว่าจะแลกเวรและราวด์วอร์ดเสร็จก็เป็นเวลาสิบโมงกว่าแล้ว
ขณะนั้นเอง จู่ๆ วีแชทกลุ่มโรงพยาบาลก็มีข้อความส่งมาข้อความหนึ่ง
“ขอแสดงความยินดีกับเฉินชาง ฉินเยว่ และหลี่เป่าซานแห่งแผนกฉุกเฉินที่ได้เผยแพร่บทความวิทยานิพนธ์ที่มี Impact Factor สูงกับวารสารการปลูกถ่ายตับและวารสาร BJS รวมทั้งสิ้นสองฉบับ เป็นการสร้างผลงานด้านการวิจัยให้แก่โรงพยาบาล…จึงขอมอบเงินสดจำนวนหนึ่งแสนหยวนเป็นรางวัลและของแทนคำชื่นชม!”
เมื่อข่าวนี้ถูกประกาศออกมา โรงพยาบาลก็ลุกเป็นไฟ
ทุกคนอ่านข่าวแล้วก็รู้สึกอิจฉาตาร้อน!
แค่วารสารการปลูกถ่ายตับก็ทำให้ไฟอิจฉาลุกท่วมได้แล้ว แต่ตอนนี้ยังมีวารสาร BJS ด้วย ผู้ที่เขียนวิทยานิพนธ์ที่มีค่า Impact Factor สูงถึงสองฉบับอยู่ในโรงพยาบาลอันดับสองของมณฑลตงหยางเช่นนี้ หากเกิดกับหมอระดับหัวหน้าแพทย์ พอถึงปลายป