ด้วยใจว้าวุ่น ส่วนฉินเยว่กลับไม่กังวลแม้แต่น้อย เธอเป็นฝ่ายปลอบใจทั้งสองด้วยซ้ำไป
ปลอบด้วยการชมว่าเฉินชางเก่งอย่างโน้นออย่างนี้ ช่วยชีวิตเด็กน้อยอย่างนั้นอย่างนี้ ช่วยชีวิตคุณยายอายุแปดสิบอย่างโน้นอย่างนี้… ชมได้เท่าไหร่ก็ชมออกมาหมด หากให้เวลาเธอสักหน่อยคงเขียนออกมาเป็นนิยายได้มากถึงสามล้านตัวอักษรแล้ว! ถ้าเห็นข้อความนี้จากที่อื่นโปรดกลับมาเยี่ยมเราบ้างนะ ขอบคุนจ้า
จี้หรูอวิ๋นเห็นหวงเหว่ยเหยียนดูท่าทางเคร่งเครียดจึงกล่าวปลอบว่า “เหว่ยเหยียน ไม่ต้องกังวล อาหวงต้องไม่เป็นอะไรแน่”
หวงเหว่ยเหยียนทอดถอนใจ “เฮ้อ…เป็นเพราะปกติผมงานยุ่งมากจนละเลยการดูแลเขา ถ้าเคสนี้จบแล้ว ผมจะอยู่เป็นเพื่อนเขาให้ดี จะพาเขาออกไปเดินเล่นบ้าง”
“หลังจากแม่ผมเสีย สุขภาพของพ่อผมก็ทรุดหนักขึ้นทุกวัน ผมเองก็ยุ่ง ไม่มีเวลาดูแลเขาเลย พูดไปแล้วก็คือผมยังทำดีไม่พอ!”
หวงหย่งอี้มีลูกชายคนเดียว ส่วนภรรยาเสียไปนานแล้ว ด้วยเหตุนี้จึงเห็นจี้หรูอวิ๋นเป็นเหมือนลูกสาวมาตลอด ตอนแรกเขาอยากจับคู่ให้จี้หรูอวิ๋นกับหวงเหว่ยเหยียนจริงๆ แต่ตอนนั้นจี้หรูอวิ๋นหมั้นกับฉินเสี้ยวหยวนไว้แล้ว ส่วนหวงเหว่ยเหยียนก็มีเจ้าของหัวใจเรียบร้อยแล้ว หวงหย่งอี้ย่อมไม่ทำเรื่องบังคับฝืนใจคน ต่อมาทั้งสองครอบครัวก็สนิทสนมกันมากขึ้น จี้หรูอวิ๋นไปมาหาสู่กันทุกเทศกาลไม่เคยขาด
ขณะที่ทั้งสองกำลังสนทนากันอยู่ ประตูห้องผ่าตัดก็เปิดออก จี้หรูอวิ๋นและคนอื่นๆ