ไม่ให้เสื้อไปเลย ไม่ใช่เพราะตัดใจไม่ได้ แต่เขารู้สึกว่าไม่ค่อยเหมาะสมนัก ถ้าตนยังไม่ได้ใส่ก็ยังดี แต่เสื้อตัวนี้เขาใส่ไปแล้ว หากมอบให้เฉินชาง เขากลัวว่าอีกฝ่ายจะรังเกียจ
ฉินเสี้ยวหยวนเป็นผู้นำมาชั่วชีวิต จึงค่อนข้างคิดมาก
เมื่อเห็นพ่อแม่ไม่โกรธ ฉินเยว่จึงคลายใจลงได้บ้าง เธอพูดยิ้มๆ ว่า “พ่อคะ ที่จริงพอเฉินชางใส่เสื้อตัวนี้แล้วก็ถือว่าได้เพิ่มรัศมีให้เสื้อของพ่อนะคะ! พ่อว่าใช่หรือเปล่า ตอนนี้มันมีความพิเศษขึ้นมาแล้วนะคะ”
ฉินเสี้ยวหยวนและจี้หรูอวิ๋นได้ยินฉินเยว่กล่าวเช่นนี้ก็ยิ้มออกมา
ตอนเที่ยง ทั้งสี่ไม่ได้กินข้าวในโรงแรม พวกเขาออกไปกินข้าวกันที่ร้านอาหารดีๆ แห่งหนึ่งด้วยกันโดยมีเหล่าฉินเป็นเจ้ามือ
……
……
เมื่อมีเฉินชางเข้ามาเพิ่ม ทำให้ครอบครัวสามคนดูคึกคักขึ้นมา
ทันใดนั้น เฉินชางก็คิดขึ้นมาได้ว่าอีกไม่นานจะเป็นวันเกิดของแม่เขาแล้ว ดังนั้นเขาจะต้องจัดตารางงานให้ดี เพราะเขาตัดสินใจแล้วว่าพอถึงเวลาจะพาฉินเยว่กลับบ้านไปร่วมงานวันเกิดแม่เขาด้วยกัน
ช่วงสองปีก่อนเขายุ่งทุกปี ปลีกตัวไปไม่ได้จริงๆ และเขาก็เป็นพนักงานใหม่จึงเกรงใจหากจะต้องขอแลกเวรกับคนอื่น ทว่าตัวเขาเองก็ทำงานให้คนอื่นไม่น้อยเลยทีเดียว
โรงพยาบาลอันดับสองของมณฑลนี้ไม่ใช่โรงพยาบาลที่ยอดเยี่ยมมากมายนัก เพื่อที่จะยกระดับคุณภาพการบริการของโรงพยาบาลและเพิ่มจำนวนผู้มาใช้บริการ ฉินเสี้ยวหยวนจึงไม่ได้กำหนดวันหยุดของโรงพยาบาล แต่จะใช้ว