ะไรกับอยู่ในมือลูกสาวเราล่ะครับ”
ประโยคนี้ทำให้จี้หรูอวิ๋นถึงกับกลอกตาใส่ ตาเฒ่านี่ชั่วร้ายจริงๆ!
จี้หรูอวิ๋นส่ายหน้า “โธ่ ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น ช่างเถอะค่ะ พูดไปคุณก็ไม่เข้าใจ!”
เมื่อทั้งสองเก็บกวาดเรียบร้อยแล้ว จู่ๆ จี้หรูอวิ๋นก็ถอนหายใจออกมาอีกครั้ง “เฮ้อ คุณว่าต่อไปถ้าลูกสาวเราแต่งงานแล้ว เราสองคนอยู่บ้านกันแบบนี้จะมีความหมายอะไรคะ ฉันว่ารีบเกษียณออกมาหาอะไรทำดีไหมคะ”
ทันใดนั้นฉินเสี้ยวหยวนก็หยุดงานในมือ เขาหันไปมองจี้หรูอวิ๋นแล้วพูดว่า “อ่า ที่รัก ถ้างั้นวันนี้พวกเราไปงานสัมมนาประจำปีของสมาคมศัลยกรรมตับและถุงน้ำดีกันดีไหมครับ”
จี้หรูอวิ๋นกลอกตาใส่ “คุณนี่ประสาทหรือเปล่า วันหยุดสุดสัปดาห์ไม่ยอมพักผ่อน ยังจะไปร่วมงานสัมมนาอีกหรือคะ”
ฉินเสี้ยวหยวนรีบเดินมานั่งลงบนโซฟา “ไม่ใช่นะครับ พวกเราก็ไปดูฉินเยว่กับเสี่ยวเฉินไง คุณไม่อยากเห็นลูกตอนเป็นพิธีกรเหรอครับ คุณไม่อยากเห็นท่าทางเจ้าหนุ่มเฉินนั่นตอนขึ้นพูดบนเวทีเหรอครับ”
เมื่อฉินเสี้ยวหยวนพูดเช่นนี้ ดวงตาพลันจี้หรูอวิ๋นเปล่งประกาย!
ใช่แล้ว!
เป็นความคิดที่ดี!
คิดถึงเรื่องนี้ จู่ๆ จี้หรูอวิ๋นก็ปั้นปึ่งใส่ฉินเสี้ยวหยวน “คุณนี่เจ้าเล่ห์ดีจริงๆ!”
พูดจบก็รีบลุกขึ้นไปแต่งหน้าแต่งตัว
ทางด้านฉินเสี้ยวหยวนที่นั่งอยู่บนโซฟา แม้จะถูกภรรยาชื่นชมแล้วมอบค้อนของขวัญให้อย่างหนึ่ง…แต่อย่างไรก็รู้สึกเหมือนไม่ได้กำลังชมอยู่ดี
เจ้าเล่ห์หรือ
คำบรรย