้นว่า “เสี่ยวต่ง คุณไม่แปลกใจเหรอครับว่าเฉินชางทำอะไรได้บ้าง และทำไมผมถึงให้พวกคุณอยู่ต่อ”
ต่งเฉินแค่นเสียงหัวเราะออกมา ยังคงใช้มุกเดิมคือทำหน้านิ่งคล้ายท่าทางตั้งใจฟังแล้วจึงส่ายหน้า “ไม่สงสัยครับ!”
โจวหงกวงมองอีกฝ่าย คิดว่าเจ้าทึ่มนี่รู้จักฟังคำพูดเขาดีๆ ด้วยหรือ จากนั้นจึงทอดถอนใจออกมาแล้วมองหวังซินหลง นักเรียนดีกรีปริญญาเอกที่มีนิสัยค่อนข้างกระตือรือร้นมากกว่า “เสี่ยวหวัง คุณล่ะครับ”
หวังซินหลงตอบอย่างชาญฉลาด “ผมคิดว่าอาจารย์ให้พวกผมอยู่ต่อย่อมต้องมีเหตุผลของอาจารย์แน่นอนครับ!”
โจวหงกวงชะงักไปทันที
ไม่ใช่
ต้องไม่ใช่แบบนี้สิ
หลังจากโจวหงกวงดูการผ่าตัดของเฉินชางจบแล้วก็รู้สึกชื่นชอบในตัวหมอหนุ่มคนนี้มากขึ้นเรื่อยๆ อายุเพียงยี่สิบเจ็ดก็เก่งขนาดนี้แล้ว ไม่ใช่แค่ผ่าตัดได้ดีเท่านั้น แต่ยังปรับปรุงวิธีการผ่าตัดได้ถึงสองวิธี แล้วหมอดีกรีปริญญาเอกพวกนี้ล่ะ
คิดกันเองไม่เป็นเลยหรือไง
ไม่อายกันบ้างเหรอ
ด้วยเหตุนี้ โจวหงกวงจึงไม่พอใจมากจนอยากสั่งสอนพวกกระต่ายน้อยเหล่านี้เสียหน่อย แต่ว่า…เรื่องสั่งสอนไม่ใช่ปัญหา ปัญหาคือต้องมีเหตุผลอันสมควร!
ผลก็คือเพิ่งเข้ามาในห้อง เจ้าพวกนี้ก็มอบเหตุผลให้โจวหงกวงแล้ว นั่นก็คือความโอหัง!
ตนรั้งให้พวกเขาอยู่ต่ออีกหนึ่งคืน พวกเขาคงพานมีอคติกับเฉินชางไปแล้วแน่นอน คงดูถูกเฉินชางไปแล้ว ดังนั้นจึงได้แสดงท่าทางเช่นนี้ออกมา!
ด้วยเหตุนี้โจวหงกวงจึงจงใจพูดกระตุ้นความ