็จะดูแลพ่อให้ดี…”
เด็กที่ยังไม่เติบโตเป็นผู้ใหญ่คนนี้คิดไปไกลมาก เขาพยายามเลียนแบบท่าทางของผู้ใหญ่ เลียนแบบคำพูดคำจาและน้ำเสียงของผู้เป็นมารดา กล่าวแต่ละคำออกมาอย่างจริงจัง
แม้น้ำตาของเขาจะไหลจนเข้าไปในปากแล้ว แต่สายตากลับเด็ดเดี่ยวแน่วแน่หาใดเปรียบ ท่าทางเช่นนี้ทำให้ซุนเซี่ยงเฉิงที่อายุสามสิบกว่าปีถึงกับโผเข้ากอดลูกชายแล้วร้องไห้ออกมา
เขาไม่คิดเลยว่าลูกชายที่ปกติเป็นเด็กซุกซนจะกล่าวคำที่ทำให้เขาอบอุ่นหัวใจเช่นนี้ออกมาได้ แม้กระนั้น ซุนเซี่ยงเฉิงยินดีเห็นท่าทางซุกซนไม่รู้ความของลูกมากกว่าจะอยากเห็นท่าทางราวกับผู้ใหญ่ตัวน้อยเช่นนี้
ซุนเซี่ยงเฉิงที่เป็นคนเข้มแข็งมาตลอดร้องไห้จนน้ำหูน้ำตาไหล ส่งเสียงสะอึกสะอื้นออกมา
ในตอนที่นาฬิกาแขวนผนังตีบอกเวลาสิบเจ็ดนาฬิกา ประตูห้องก็เปิดออก สองพ่อลูกรีบลุกขึ้นแล้วเดินไปอย่างร้อนรน
“หมอ หมอครับ! ภรรยาผมเป็นยังไงบ้างครับ!”
“คุณอา คุณลุง แม่ผม…เป็นยังไงบ้างครับ…”
เมื่อทุกคนเห็นสายตาร้อนอกร้อนใจของทั้งสองก็ยิ้มออกมา หลี่เป่าซานพูดขึ้นว่า “การผ่าตัดประสบความสำเร็จมากครับ พวกคุณวางใจได้เลย”
ประโยคนี้ทำให้ซุนเซี่ยงเฉิงถึงกับใจสั่น! เข้าไปกอดหลี่เป่าซานแล้วพูดว่า “ขอบคุณมากครับคุณหมอ!”
โปโปตัวน้อยที่อยู่ข้างๆ ก็โค้งตัวลงแล้วพูดขึ้นว่า “ขอบคุณครับคุณลุง!”
หลี่เป่าซานตบซุนเซี่ยงเฉิงเบาๆ “ไม่เป็นไร ไม่เป็นไรครับ ไปห้องพักผู้ป่วยเถอะ ตอนนี้ผู้ป่วยถูกส่งตัวไป