ะฮี่ๆ มองเฉินชาง ดวงตาหยีโค้ง กรีดนิ้วชี้ข้างขวาออกมาเชยคางเฉินชาง มองเขาด้วยสายตามั่นใจเจือหยอกล้อ
“ชางเอ๋อร์ เจ้ารับผิดชอบประทินโฉมงดงามสวมอาภรณ์เลิศล้ำดั่งบุปผา ส่วนข้าจักสวมเกราะถือหอกช่วงชิงใต้หล้ามาให้เจ้า เป็นอย่างไร”
พูดจบ เธอก็เว้นช่วงไปประมาณสามวินาที “พิจารณาดูให้ดี!”
เฉินชางอึ้งไปหมดแล้ว! เห็นสายตายั่วยุเจือหยอกเย้าของฉินเยว่ เฉินชางก็อยากหัวเราะจริงๆ
ถ้าอาจารย์เมิ่งซีทำเช่นนี้ บางทีคงทำให้ใจวาบหวิว ยากจะยับยั้งขึ้นมาก็ได้!
แต่ยัยหมาน้อยขี้ประจบคนนี้เป็นพวกน่ารักบ้องแบ๊วแต่กำเนิด ดวงตากลมโตคล้ายจะมีประกายสุกใสและซุกซนไม่จบไม่สิ้น การกระทำเช่นนี้กลับทำให้เฉินชางต้องคว้ามือเธอไว้อย่างอดไม่อยู่ ออกแรงเล็กน้อย ดึงเธอเข้ามา
เฉินชางดึงข้อมืออีกข้างหนึ่งของฉินเยว่ ทำให้เธอเข้าสู่อ้อมกอดของตน!
ยัยน่ารักนี่! ซนจริงๆ!
ฉินเยว่ที่ตอนแรกยังสวมบทบาทไม่ทันจกลับถูกเฉินชางดึงเข้าสู่อ้อมกอดไปแล้ว ทำให้เธอตะลึงจนตาค้าง สมองยังไม่ส่งปฏิกิริยากลับมา ตัวเองก็ถูกเฉินชางแบกขึ้นบนบ่าไปแล้ว! ทำเอาเธอตกใจจนสะดุ้ง!
“เฉินชาง วางฉันลงเดี๋ยวนี้!”
เฉินชางยืดตัวขึ้น ทำเป็นหูหนวก!
มือซ้ายกอดขาทั้งสองของเธอไว้ แบกฉินเยว่ขึ้นบ่า เฉินชางแบกเธอในสภาพเช่นนี้พลางเดินไปยังจุดหมาย
บรรยากาศในสวนสาธารณะตอนสามทุ่มดีมาก ลมฤดูใบไม้ร่วงไม่หนาวไม่ร้อน เย็นกว่าฤดูใบไม้ผลิไม่เท่าไร แต่กลับให้บรรยากาศอันเป็นเอกลักษณ์ของฤ