มในเลือดสูง”
“ทุกคนคงทราบดีว่าผู้ป่วยที่มีภาวะโพแทสเซียมในเลือดสูงจะมาและไปเร็วมาก”
คำว่า ‘มาและไปเร็วมาก’ ของเฉินชางทำให้ทุกคนหัวเราะ แต่ทุกคนรู้ดีว่ามันเป็นเช่นนั้นจริงๆ ผู้ป่วยที่มีภาวะโพแทสเซียมในเลือดสูง หัวใจหยุดเต้นได้ตลอดเวลา อันตรายถึงชีวิต!
เฉินชางพูดต่อไป “ส่วนการตรวจเซรุ่มอิเล็กโทรไลต์ก็ถือเป็นมาตรฐานทองคำของการวิเคราะห์โพแทสเซียมในเลือดสูงจริงๆ แต่ถ้ารอให้ผลการตรวจออกมาก่อน ผู้ป่วยก็ต้องรออีกหนึ่งถึงสองชั่วโมง ถึงตอนนั้นคงไม่มีลมหายใจแล้ว ถ้างั้นผมจะต้องการมาตรฐานทองคำนี้ไปทำอะไรอีกล่ะ”
“ดังนั้นในเวลาแบบนี้ ถ้าสงสัยว่าเป็นโพแทสเซียมในเลือดสูงก็ต้องทำกราฟหัวใจ นี่เป็นเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ ของงานคลินิก! ยิ่งไปกว่านั้น หากค่าโพแทสเซียมในเลือดเพิ่มสูงขึ้นก็จะมีระดับความเข้มข้นแตกต่างกันไป และแสดงอาการแตกต่างกันไป เริ่มจดกันได้แล้วนะครับ!” เฉินชางเตือน
“เมื่อค่าโพแทสเซียมในเลือดขึ้นไปถึง 6.5 mmol/L จะมีการขยายตัวของ QRS สม่ำเสมอ และเป็นอุปสรรคกับหัวใจช่องล่าง เมื่อค่าโพแทสเซียมในเลือดขึ้นไปถึง 7.0 mmol/L จะทำให้คลื่น P ต่ำลง ระยะเวลาขยายกว้างขึ้น ถ้าโพแทสเซียมในเลือดขึ้นไปถึง 8.5 mmol/L โดยประมาณ คลื่น P จะหายไป เป็นรูปแบบกราฟหัวใจที่เรียกว่า sino-ventricular conduction”
ข้อมูลเหล่านี้มาจากรายงานที่เป็นทางการ และนำไปใช้ได้จริงในงานคลินิก ดังนั้นขณะที่เฉินชางพูดจึงไม่มีความลังเล