่วยพยุงหญิงชราขึ้นเตียง ลูกสาวร่างผอมจึงค่อยๆ สงบลมหายใจของตนได้บ้าง เพียงแต่ยังไม่ทันพักผ่อน ก็ต้องรีบไปต่อแถวรับคิวแผนกฉุกเฉิน
เฉินชางรีบถามขึ้นว่า “เป็นอะไรมาครับคุณยาย”
หญิงชราหลับตาไม่ยอมพูดอะไร เอาแต่นอนลงกับเตียง ดูเหมือนร่างกายจะล้าจนทนไม่ไหวแล้ว
หญิงร่างผอมตอบว่า “คิดว่าน่าจะท้องเสียนะคะ เช้านี้ฉันไปทำงานแล้วคุณพ่อก็โทรหาฉัน บอกว่าแม่ท้องเสียทั้งเช้าแล้วก็อาเจียนด้วยค่ะ หลายรอบเลย ฉันถามดูแล้วถึงได้รู้ว่าคุณแม่กินก๋วยเตี๋ยวเหลียงเฝิ่นของเมื่อคืนเข้าไป! ต้องเป็นเพราะกินของผิดสําแดงแน่เลยค่ะ”
เฉินชางฟังจบก็พยักหน้า “อ้อ! ก่อนหน้านี้มีโรคประจำตัวอะไรหรือเปล่าครับ”
อีกฝ่ายพยักหน้า “เป็นเบาหวานกับความดันโลหิตสูงค่ะ กินยาลดความดันอยู่ตลอด เรื่องโรคเบาหวานก็มีฉีดอินซูลินด้วยค่ะ ส่วนโรคความดันโลหิตสูงก็กินไนเฟดิปีนวันละครั้ง อินซูลินก็ใช้…ตอนเช้าแปดยูนิต…”
เธอบอกได้ละเอียดมาก นี่ทำให้เฉินชางถึงกับต้องเปลี่ยนมุมมอง “คุณเป็นหมอเหรอครับ”
เธอส่ายหน้า ทอดถอนใจออกมา “ไม่ใช่หรอกค่ะ แม่ฉันป่วยมาหลายปีแล้ว ฉันคอยดูแลมาตลอด แม่ไม่ยอมกินยาให้ดี ชอบคิดว่ายามันแพง ฉันเลยต้องคอยเตือนให้แม่กินยาให้ตรงเวลาทุกวัน”
พูดถึงตรงนี้ เฉินชางก็อดมองเธอไม่ได้ ถึงอย่างไร…ลูกหลานที่ทำได้ถึงขนาดนี้ก็มีไม่มากนัก
เมื่อครู่ที่บ่นไม่หยุดหย่อนก็คงเหมือนกับมารดาพร่ำบ่นลูกๆ ตอนยังเด็ก
ไม่ได้เป็นปัญหาอะไร
เมื่อคนเราแ