รส์เท่านั้นเอง!
เฉินชางคิดว่าความคิดของตัวเองบริสุทธิ์ผุดผ่อง ไร้เดียงสา บริสุทธิ์ไปถึงจิตวิญญาณ!
แต่จะใช้คำว่า ‘วอแว’ กับอาจารย์ก็ไม่ค่อยเหมาะสมจริงๆ
ใช้เวลาไปสิบนาที ในที่สุดเฉินชางก็มาถึงแผนกศัลยกรรมหัวใจของโรงพยาบาลตงต้าแล้ว
เดิมทีคิดว่าอาจารย์เมิ่งอาจไม่พอใจ แต่พอมาถึงแล้วเมิ่งซีกลับทำเพียงยิ้มบางๆ “มาแล้วหรือ!”
เฉินชางชะงักเล็กน้อย แต่ก็ยังพยักหน้าตอบ รู้สึกไม่ค่อยชินเท่าไหร่…ทำได้เพียงยิ้มแข็งทื่อ “เอ่อ…อาจารย์เมิ่ง ช่วงนี้มีเรื่องเล็กน้อย คือเมื่อวาน…”
เมิ่งซีสายหน้า พูดพร้อมรอยยิ้มว่า “ไม่เป็นไรค่ะ”
ตอนอยู่ที่วิทยาลัยแพทย์แคโรลินสกา เมิ่งซีเคยช่วยสอนมาแล้ว ทว่าแค่เรื่องดูแลนักศึกษาปริญญาโทคนหนึ่งกลับทำให้เธอรู้สึกกดดัน ยิ่งไปกว่านั้น คนที่ดูแลยังเป็นนักศึกษาปริญญาโทที่มีพรสวรรค์และพรแสวงอีกด้วย!
แต่…ไม่ว่าจะอย่างไร จะขี้ขลาดไม่ได้ จะต้องแสดงให้เห็นถึงทัศนคติของผู้เป็นอาจารย์
เธอคิดว่าควรใจกว้างกับเฉินชางให้มาก ทางที่ดีต้องแสดงความเข้มงวดของอาจารย์ออกมาด้วย และห้ามขาดความใส่ใจเป็นอันขาด
ยากจริงๆ…
ทุกคนล้วนต้องมีครั้งแรกกันทั้งนั้น ขอเพียงเดินก้าวแรกให้ได้ก็พอแล้ว คิดถึงตรงนี้ เมิ่งซีก็ถอนใจออกมา
ผู้เป็นอาจารย์ต้องสั่งสอนลูกศิษย์ด้วยกระบวนการสามอย่าง นั่นก็คือ ถ่ายทอดความรู้ สั่งสอนให้เข้าใจ และช่วยคลายข้อสงสัย
เธอควรสอนนักเรียนตามความถนัด ช่วยคลายข้อสงสัยในจุดที่เฉินชางไม่ท