คัญของงานกู้ชีพด้วยตาตัวเอง!
เมื่อเห็นครอบครัวผู้ป่วยหัวเราะทั้งที่น้ำตาไหลเต็มหน้า พวกเขาพลันรับรู้ได้ว่าสิ่งที่แบกอยู่บนไหล่ก็คือความหวังของครอบครัวผู้ป่วยและตัวผู้ป่วยเอง นี่คือความเชื่อใจและคาดหวัง ช่างหนักอึ้งเหลือเกิน!
วินาทีนี้ พวกเขาถึงตระหนักอย่างกระจ่างชัดว่า พวกเขาก็คือปราการด่านสุดท้ายของชีวิต! แม้ปราการนี้จะไม่ยิ่งใหญ่ แต่ท้ายที่สุดก็ยังปกปักรักษาชีวิตเอาไว้ได้!
ขอเพียงพวกเขาสวมชุดกาวน์สีขาวอยู่บนร่าง ขอเพียงพวกเขาเรียกตัวเองว่าหมอ นี่ก็คือภารกิจ นี่ก็คือความรับผิดชอบ!
……
……
แต่ไหนแต่ไรแผนกฉุกเฉินไม่เคยมีคำว่าว่างอยู่ในสารบบ ใกล้ถึงเวลาเลิกงานแล้วก็ยังมีผู้ป่วยบาดเจ็บภายนอกมาที่แผนก เป็นเชฟควบตำแหน่งเถ้าแก่ของร้านอาหารซินเจียงแห่งหนึ่ง
เมื่อมาถึงโรงพยาบาล คนไข้ก็อยู่ในอาการตื่นตระหนก
“หมอๆๆ! เร็วเข้าๆ นิ้วผมขาดแล้ว!” ผู้ป่วยอายุสี่สิบต้นๆ หัวล้าน หน้าบานหูกาง
เฉินชางรีบเดินมาพูดกับผู้ป่วยว่า “ตามผมมา!”
เมื่อเชฟคนนั้นเห็นเฉินชาง ดวงตาก็เปล่งประกาย “ครับๆ!”
สวีตงตงเดินตามเฉินชางเข้าไปในห้องหัตถการ เมื่อเห็นบาดแผลก็รู้สึกชาวาบ…
“เป็นอะไรมาครับ” เฉินชางถามด้วยท่าทางสงบนิ่ง
เชฟมุ่ยปาก “หั่นนิ้วตัวเอง!”
สวีตงตงได้ยินดังนั้นก็รู้สึกหนาวยะเยือกขึ้นมาทันที เป็นมือที่น่ากลัวจริงๆ…
แม้ดูแล้วมือจะอยู่ในสภาพเลือดไหลเนื้อเละ แต่พอล้างให้สะอาดแล้วตรวจให้ละเอียด เฉินชางก็พบว่าแผลไม่ร้