วังเชียนกล่าวอย่างทอดถอนใจ
ได้ยินคำพูดเหล่านี้ หลี่เป่าซานก็อดพูดไม่ได้ว่า “คนเขามาเรียน ไม่ได้มารับจ้างทำงานให้พวกคุณสักหน่อย เก็บท่าเก็บทางกันด้วย! แต่…มาเป็นแพทย์อินเทิร์นก็คือมาเรียนรู้ทักษะ การเรียนรู้ก็คือเป้าหมาย การทำงานคือวิธีการ ตอนแยกแผนกในอีกสองเดือนต่อจากนี้ ผมจะทำการประเมินแบบกลุ่ม ถ้าพวกอินเทิร์นไม่ผ่าน ก็เป็นความรับผิดชอบของอาจารย์”
ประโยคนี้ของหลี่เป่าซานทำให้ทุกคนชะงักไปทันที
ทุกคนพยักหน้ารับอย่างเสียมิได้
หลี่เป่าซานกำลังจะเดินออกไป จู่ๆ ก็คิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ จึงย้อนกลับมาพูดต่อไปว่า “เอ่อ…แพทย์อินเทิร์นจะมาร่วมงานด้วยแล้ว ช่วงเวลาฝึกงานก็คือหนึ่งเดือน แต่เงินช่วยเหลือมีไม่ถึงสองพัน คนที่มีตำแหน่งยังดี ยังมีเงินเดือนพื้นฐานเดือนละสามสี่พัน ส่วนคนไม่มีตำแหน่งก็ได้ประมาณสองพัน เป็นคนหนุ่มสาวทั้งนั้น อยู่ในวัยกำลังใช้เงิน ดังนั้นถ้าทุกคนช่วยเหลือเรื่องค่าข้าวได้ก็ช่วยหน่อยนะครับ พยายามอย่าใช้งานคนอื่นฟรีๆ ล่ะ”
กินข้าวในเมืองอันหยางมื้อหนึ่ง แม้จะเป็นร้านที่ไม่แพงก็ยังต้องใช้เงินมื้อละสิบกว่าหยวน แม้ดูไม่มากแต่ก็เป็นการแสดงน้ำใจ
กล่าวได้ว่าหลี่เป่าซานเป็นคนที่ค่อนข้างละเอียดอ่อนคนหนึ่ง ในตอนที่เฉินชางยังเป็นแพทย์ชั่วคราว หากมีงานอะไรทำเงินได้ หลี่เป่าซานก็จะให้พวกเขาไปทำ พยายามหาเงินให้มากสักหน่อย
“จริงสิ เลขาฯ ฝ่ายอินเทิร์นของแผนกเราก็ให้ปิ่งเซิงทำไปแล้วกัน ปิ่