งเรียบร้อยแล้วก็เดินออกมาทางประตูใหญ่ของโรงพยาบาล เพิ่งออกมาจากโรงพยาบาล ฉินเยว่ก็เบิกตากว้าง ถามขึ้นด้วยสีหน้าสงสัย “เฉินชาง คุณต่อกระดูกด้วยมือเป็นตั้งแต่เมื่อไหร่กันคะ”
ฉางลี่น่าไม่เข้าใจเรื่องต่อกระดูกด้วยมือ แต่ฉินเยว่เข้าใจ!
ต้องทราบว่าสือน่าที่ฉินเยว่ติดตามอยู่หลายปีเป็นศัลยแพทย์กระดูก อีกฝ่ายพูดเรื่องเกี่ยวกับศัลยกรรมกระดูกให้ฟังไม่น้อย ทำให้ทราบว่าการต่อกระดูกด้วยมือเป็นทักษะที่เรียนรู้ได้ยาก ที่สำคัญก็คือปัจจุบันมีคนทำเป็นไม่มากแล้ว
หากผ่าตัดจะได้ทั้งเงินและความปลอดภัย มีอะไรไม่ดีบ้าง ในขณะที่วิธีการต่อกระดูกด้วยมือเป็นวิธีที่ค่อนข้างอันตราย หากทำผิดตำแหน่งจะทำให้เส้นประสาท เส้นเลือดและอวัยวะรอบๆ เสียหายจนอาการทรุดหนักยิ่งขึ้น วิธีการรักษาเช่นนี้มีแต่ปัญหา ใครก็ไม่อยากเห็น
นอกจากนี้ วิธีการต่อกระดูกด้วยมือจะต้องฝึกฝนและพัฒนาไม่หยุดหย่อน เช่นนี้จึงจะฝึกฝนทักษะออกมาได้ การที่หวังเซี่ยงจวินฝึกทักษะการต่อกระดูกด้วยมือได้นั้นเพราะเขาเจอผู้ป่วยมานับพันนับหมื่นคน ทั้งนี้เพราะเขาเป็นหมอที่เคยเข้าร่วมการช่วยเหลือในภัยแผ่นดินไหว
ดังนั้นทักษะการต่อกระดูกด้วยมือจึงมีคนทำได้น้อยลงทุกวันแล้ว!
เฉินชางเห็นสีหน้าอยากรู้อยากเห็นระคนเลื่อมใสของฉินเยว่ก็รู้สึกเหมือนมีดอกไม้ไฟปะทุในอก ความสุขท่วมท้นไปทั้งใจ
สาวน้อยข้างกายเลื่อมใสเขา ความรู้สึกนี้มันดีจริงๆ
เฉินชางยิ้ม “ตอนเป็นอินเทิร์น ผมเคยต