นก็รีบเดินตามเฉินชางไปที่ห้องผู้ป่วยทันที
ตอนนี้อารมณ์ของหวังหย่งยังไม่ค่อยมั่นคงเท่าไหร่นัก เฉินชางอยากให้เขาไปพักสักครู่เพื่อสงบอารมณ์
หวังหย่งพยักหน้า จากนั้นจึงกลับไปที่ห้องพักหมอ
เฉินชางเดินเข้ามาในห้องพักผู้ป่วย มองไปยังชายชราที่นอนอยู่บนเตียง เขามีรูปร่างสูงใหญ่จนเตียงผู้ป่วยดูเล็กลงไปถนัดตา!
จากการประเมินของเฉินชาง ผู้ป่วยชายคงหนักประมาณหนึ่งร้อยกว่ากิโลกรัม สูงประมาณหนึ่งร้อยแปดสิบกว่าเซนติเมตร ถึงจะอายุแปดสิบกว่าปีแล้วก็ยังรักษารูปร่างเช่นนี้เอาไว้ได้ เพียงแต่ดูอ้วนเท่านั้น
แม้จะนอนอยู่บนเตียงก็ยังเห็นท้องนูนออกมาชัดเจน
หวังหย่งค่อนข้างใส่ใจเลยทีเดียว เขาถึงกลับใช้เครื่องวัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจกับผู้ป่วยด้วย แต่ว่า…สภาพของผู้ป่วยยังดูแย่อยู่เล็กน้อย
ชายคนเมื่อครู่ไม่ดูแลผู้ป่วยเลยสักนิด ใช้บริการคนดูแลของโรงพยาบาล ซึ่งเฉินชางก็รู้จักดี เธอเป็นคุณป้าอายุห้าสิบต้นๆ มักรับงานดูแลผู้ป่วยที่แผนกฉุกเฉินอยู่บ่อยๆ มีพวกเธออยู่ ทำให้วางใจยิ่งกว่าญาติผู้ป่วยดูแลเองเสียอีก
เฉินชางพูดขึ้นว่า “ป้าครับ ขอใบเอกซเรย์ให้ผมหน่อยครับ”
พนักงานดูแลพยักหน้า หยิบเอกสารการตรวจร่างกายทั้งหมดที่อยู่ตรงหัวเตียงออกมาให้เฉินชางอ่าน
ทางด้านหวังหย่งเมื่อกลับมาถึงห้องหมอแล้วก็พยายามสงบใจ อารมณ์เดือดดาลคลายลงมากแล้ว เขานั่งลงบนเก้าอี้ แต่ไปๆ มาๆ กลับรู้สึกไม่สบายใจ ถึงอย่างไรนั้นก็เป็นผู้ป่วยของเขา อีกฝ่ายอาย