ูกชายคนโตขมวดคิ้วโดยพลัน เจ้าใหญ่กับเจ้าสามมองไปที่พ่อของตนด้วยความเป็นห่วงและกังวล
ต่งเฉียงเซิงอดพูดไม่ได้ว่า “หมอครับ คุณว่าตอนนี้ควรทำยังไงดีครับ”
อันที่จริงเฉินชางคิดว่าเสี่ยงผ่าตัดไปก็ได้ เพราะหากปล่อยให้เวลายืดเยื้อออกไปเช่นนี้จะต้องเกิดปัญหาแน่นอน นี่เป็นสิ่งที่ต้องเกิดขึ้นโดยไม่ต้องสงสัยเลย
แต่เฉินชางกล้ารับประกันหรือไม่ว่าการผ่าตัดจะประสบความสำเร็จ
ก็ไม่!
คิดถึงตรงนี้เฉินชางก็ไม่ได้ทำอะไรบุ่มบ่าม เขามองไปที่ต่งเฉียงเซิง พูดขึ้นว่า “แบบนี้แล้วกันครับ พวกคุณพักกันก่อนสักครู่ เดี๋ยวผมจะรีบปรึกษาเรื่องนี้กับหัวหน้าแผนกของพวกเรา จะรีบจัดทีมเพื่อหารือเกี่ยวกับอาการป่วย ให้ผู้เชี่ยวชาญในแต่ละแผนกมาร่วมแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับอาการผู้ป่วยด้วยกันเพื่อตัดสินใจออกมาให้เร็วที่สุด แบบนี้ดีไหมครับ”
ต่งเฉียงเซิงเงียบไปครู่หนึ่งจากนั้นจึงพยักหน้ารับ “ได้ครับ! รบกวนด้วยนะครับคุณหมอ!”
เฉินชางพยักหน้าแล้วจึงเดินเคียงคู่หวังหย่งกลับไปที่ห้องพักหมอ
หลังจากเดินออกมาแล้วเฉินชางก็ต่อสายหาหลี่เป่าซานแล้วเล่าสภาพอาการของผู้ป่วยให้ฟังทันที
หลี่เป่าซานเพิ่งผ่าตัดเสร็จ หลังจากรู้เรื่องนี้แล้วก็รีบกลับมาที่แผนกฉุกเฉิน ติดต่อไปหาจางโหย่วฝูและหัวหน้าแผนกอายุรกรรมโลหิตวิทยา
ตอนนี้ใกล้จะเที่ยงแล้ว หลี่เป่าซานกลับมาที่แผนกฉุกเฉินอย่างเร่งร้อน ไม่มีเวลาเปลี่ยนเสื้อผ้า พอมาถึงก็ตรงไปที่ห้องพักผู้ป่วยเลย
พอตรว