คอขึ้นเอ็นราวกับกำลังออกแรงมาก แต่…ไม่มีประโยชน์อะไรเลย ส่วนคุณยายที่อยู่ข้างๆ ก็มองอย่างเป็นห่วง ใบหน้าเต็มไปด้วยความกังวล
อันเยี่ยนจวินมองคุณยายคนนั้นแล้วถามอย่างเรียบเฉยว่า “ท้องผูกมานานแค่ไหนแล้วครับ”
คุณยายคนนั้นหน้าแดง “ยี่สิบกว่านาทีแล้วค่ะ”
อันเยี่ยนจวินหน้าดำคร่ำเครียดขึ้นมาทันที กล่าวอย่างจริงจังว่า “ทำไมไม่เรียกพวกเราล่ะครับ ผู้ป่วยมีโรคประจำตัว ถ้าท้องผูกเป็นเวลานานจะทำให้โรคหลอดเลือดสมองตีบและโรคหัวใจรุนแรงขึ้น ต่อไปถ้าเจอเหตุการณ์แบบนี้อีกให้เรียกหมอเลยนะครับ”
ได้ยินอันเยี่ยนจวินสั่งเช่นนั้น คุณยายไม่เพียงแต่จะไม่โกรธ กลับรู้สึกอุ่นใจด้วยซ้ำ
เธอกล่าวอย่างไม่สบายใจนัก “พวกเราเห็นพวกคุณกินข้าวอยู่ ถ้าพูดเรื่องนี้…มันไม่ค่อยดีเท่าไหร่”
อันเยี่ยนจวินส่ายหน้า กล่าวชี้แนะคุณยายไปอีกรอบหนึ่ง จากนั้นจึงใคร่ครวญบางอย่างในใจ ผู้ป่วยเสียแรงไปมาก หากต่างฝ่ายต่างยืนกรานในความคิดของตนคงไม่ใช่วิธีที่ดีนัก ด้วยเหตุนี้จึงเดินออกไปที่เคาน์เตอร์พยาบาล ผ่านไปสิบกว่าวินาทีก็กลับมาอีกครั้ง ถือถุงมือแบบใช้แล้วทิ้งมาด้วย
เขาเดินเข้าไปในห้องน้ำ คุณยายเห็นดังนั้นก็สีหน้าเปลี่ยนไปทันที “หมอ…อย่าค่ะ! มันน่าเกลียดเกินไป ให้ฉันทำเถอะ”
อันเยี่ยนจวินส่ายหน้า “ผมทำเองครับ”
จากนั้นก็เดินเข้าไปโดยไม่พูดอะไรอีก
ความจริงงานเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องน่ารังเกียจอะไร พบเจอได้เป็นปกติ หมอแผนกฉุกเฉินและพยาบาลเคยทำม