ลี้ยงข้าว คนทั้งสี่ไปกินข้าวด้วยกัน
อันที่จริงฉินเสี้ยวหยวนพอใจในตัวเฉินชางมาก เพียงแต่…ตอนอยู่โรงพยาบาลเขาเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาล จึงต้องวางมาดบ้าง แต่ขณะนี้เขาดูไม่แตกต่างอะไรจากคนธรรมดา
พูดคุยสนทนา ยิ้มแย้ม คีบอาหาร กินข้าวด้วยกัน
ดูแล้วเป็นครอบครัวที่อบอุ่น
เฉินชางและฉินเยว่นั่งข้างกัน จี้หรูอวิ๋นและฉินเสี้ยวหยวนนั่งข้างกัน
เมื่อกินข้าวเสร็จ จี้หรูอวิ๋นก็มองฉินเยว่และเฉินชาง พูดยิ้มๆ ว่า “เฮ้อ แก่แล้วจริงๆ ลูกโตขนาดนี้แล้ว!”
ฉินเยว่พองแก้ม พูดด้วยรอยยิ้มว่า “แม่คะ แม่ไม่แก่เลย!”
จี้หรูอวิ๋นยิ้มตอบ “ไม่แก่ที่ไหนกันล่ะ ดูสิ มีรอยเต็มหน้าเลย เพราะพ่อของลูกทำให้แม่โมโหนั่นแหละ!”
ฉินเยว่ได้ยินดังนี้ก็รีบปลอบใจ “แม่คะ ใครบ้างไม่มีรอยเหี่ยวย่น! เดี๋ยววันหน้าพวกเราไปทำกันเถอะ”
พูดถึงตรงนี้ฉินเยว่ก็สะกิดเฉินชางเบาๆ “ตอนนี้คุณไปคลินิกศัลยกรรมอยู่บ่อยๆ ไม่ใช่หรือคะ คุณผ่าตัดลบริ้วรอยอะไรพวกนั้นเป็นหรือเปล่า”
เฉินชางชะงักไปโดยพลัน!
ให้ตายเถอะ!
เข้าใจแล้ว!
ในที่สุดก็เข้าใจแล้วว่าระบบให้ทักษะภาษาลดริ้วรอยแบบ SMAS มาทำไม!
เตรียมปรนนิบัติแม่ยายนี่เอง!
เฉินชางเข้าใจกระจ่างขึ้นมาโดยพลัน ช่วงนี้เขาอ่านข้อมูลจำพวกที่ว่าจะเอาใจแม่ยายอย่างไร อืม ไม่เสียเปล่าจริงๆ ซึมซับลึกไปถึงคลังทักษะของระบบแล้วสินะ
ไม่เลว ไม่เลว!
เฉินชางลังเลเพียงพริบตาเดียวก็กดเลือกกระตุ้น
[การผ่าตัดลบเลือนริ้วรอยแบบ SMAS ระดับ