ก็กำชับเสียงแผ่ว “ฉินเยว่ นั่งให้ดี! ดูท่าทางเข้าสิ เหมือนคนไร้สติยังงั้นแหละ…ดูผมลูกสิ รังนกยังดูดีกว่าเลย”
ฉินเยว่ไม่สนใจ กล่าวอย่างภาคภูมิใจว่า “ไม่หรอกค่ะ!”
จี้หรูอวิ๋นกลอกตาใส่ “ไม่กลัวเสี่ยวเฉินคนนั้นรู้ธาตุแท้ของลูกแล้วจะไม่ต้องการลูกหรือไง!”
ฉินเยว่ชะงักไปทันที แต่เมื่อคิดดูอีกครั้งก็ตะโกนไปว่า “เขากล้าเหรอ!”
แต่เสียงเธอไม่เข้มเหมือนก่อนหน้านี้จนเห็นได้ชัด มันแฝงไปด้วยความหวาดหวั่นเล็กน้อย หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เธอก็มองมือถือด้วยสีหน้ากังวล จากนั้นจึงหยิบขึ้นมาส่งข้อความไปว่า “อยู่บ้านต้องฟังใคร”
ตอนนี้เฉินชางกำลังเสิร์ชหาไป๋ตู้ว่าจะเอาใจพ่อตาแม่ยายอย่างไร จู่ๆ ก็ได้รับข้อความนี้ ทำให้ชะงักไปทันที
หมายความว่าอะไร
หรือว่า…พ่อตาแม่ยายหยิบโทรศัพท์มาเล่น
คิดถึงตรงนี้ เฉินชางก็รีบสลัดความคิดเกี่ยวกับการประชุมเมื่อครู่นี้ให้ออกไปจากสมอง รีบทำความเข้าใจให้ทะลุปรุโปร่ง พลันรับรู้ได้ถึงพลังงานบางอย่างคล้ายกับเข้าสู่สภาวะตรัสรู้!
“ใครสวยก็ฟังคนนั้นครับ!”
เมื่อฉินเยว่ได้รับข้อความก็หัวเราะออกมาทันที “แม่คะ มานี่สิคะ หนูจะให้แม่ดูข้อความ”
พูดไปพลางดึงแขนจี้หรูอวิ๋นให้มานั่งบนโซฟาด้วยกัน จากนั้นก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา “แม่ ดูสิคะ!”
จี้หรูอวิ๋นรับโทรศัพท์มาด้วยความสงสัย หลังจากอ่านข้อความจบก็หัวเราะออกมาทันที
พ่อหนุ่มคนนี้มีความสามารถในการเอาตัวรอดสูงจริงๆ
สองแม่ลูกพากันหัวเราะร่า