ต้องทอดถอนใจออกมา ดูสิว่าคุณพูดอย่างไร “ใครมีเหตุผลก็ฟังคนนั้นหรือ! เหอะ ทำไมฉันรู้สึกว่าคำพูดนี้ไม่เข้าหูเลย”
ฉินเสี้ยวหยวนตาค้าง อดหัวเราะไม่ได้ ไอ้หนุ่มนี่ปากหวานจนเลี่ยน รู้จักประจบประแจงเสียด้วย!
ตอนนี้ฉินเสี้ยวหยวนยังไม่ยอมละทิ้งนิสัยหนุ่มใหญ่ของตน รีบยิ้มแล้วพูดว่า “พวกเราเป็นสามีภรรยากันมานานแล้ว จะพูดจาเล่นลิ้นแบบนี้กันไปทำไมครับ ใช่ไหม”
“อีกอย่าง คนเราก็ต้องแก่ตัวลง!”
พูดจบพลันเกิดความโกลาหลขึ้นอีกครั้ง!
จี้หรูอวิ๋นแค่นเสียงเย็น “ค่ะ! ฉินเสี้ยวหยวน ฉันรู้แล้ว คุณรังเกียจที่ฉันแก่สินะ ฉันยังไม่รังเกียจที่คุณไม่หล่อเลย แต่นี่คุณรังเกียจที่ฉันแก่!”
ตอนนี้ฉินเยว่รีบดึงแขนจี้หรูอวิ๋นเอาไว้ “แม่คะ อย่าไปฟังพ่อเขาเลย แม่เหมือนคนอายุห้าสิบที่ไหนกัน ผิวยังดีอยู่เลยค่ะ!”
ขณะพูดก็ขยิบตาให้เหล่าฉิน เหล่าฉินก็ไม่ใช่คนโง่ รีบถือกาน้ำชาเดินไปที่ห้องหนังสือทันที
จี้หรูอวิ๋นถอนใจออกมา อดพูดไม่ได้ว่า “แก่แล้ว รอยเหี่ยวย่นบนหน้าก็มีแต่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เฮ้อ…”
ขณะพูดก็หยิบกระจกเล็กๆ ที่วางอยู่บนโต๊ะกาแฟขึ้นมา ขมวดคิ้วมุ่น ลูบไปที่รอยย่นบนใบหน้าและรอยตีนกาบริเวณหางตาพลางทอดถอนใจออกมา
ฉินเยว่ปิ๊งไอเดียขึ้นมาทันที “แม่คะ มีรอยเหี่ยวย่นแล้วจะกลัวอะไร หนูได้ยินว่าปัจจุบันเรากำจัดรอยเหี่ยวย่นที่คลินิกศัลยกรรมได้แล้ว เจ็บน้อยด้วย แทบมองไม่ออกว่าผ่านมีดหมอมาเลย ใช้เทคนิคการปรับแต่งกล้ามเนื้ออะไรพวกนี