ย์ตู้ผู้เป็นหัวหน้าแผนกอายุรกรรมประสาทและสมองเห็นดังนั้นก็ชะงักไปทันที จากนั้นก็กล่าวออกมาอย่างเนิบช้า “นี่…ต้องดูที่ตัวผู้ป่วยแล้วละค่ะ”
กล่าวจบทุกคนก็พากันมองไปที่หัวหน้าแผนกตู้ เห็นดังนั้น หัวหน้าแผนกแซ่ตู้ผู้มีอายุเกือบหกสิบปีจึงกล่าวเสริมไปอีกประโยคหนึ่งว่า “ฉันเคยเห็นคลื่นสมองแบบนี้ค่ะ ทุกคนลองฟังดูก่อนก็ได้อย่าได้คิดเป็นจริงเป็นจังไป เพราะสิ่งที่ฉันจะเล่าไม่มีนัยยะสำคัญทางสถิติและไม่มีหลักฐานข้อพิสูจน์ทางการแพทย์ เป็นเพียงเคสทางการแพทย์เคสหนึ่งเท่านั้น”
ทุกคนพากันพยักหน้า นี่คือสิ่งที่เรียกว่าประสบการณ์ทางการแพทย์
ศาสตราจารย์ตู้กล่าวต่อไป “ตอนนี้สมองส่วนที่เสียหายคือสมองส่วนหน้า ซึ่งอาจส่งผลต่ออารมณ์ เมื่อผู้ป่วยได้สติก็จะทำให้อารมณ์แปรปรวน หรืออาจถึงขั้นเป็นโรคประสาทเลยก็ได้! แต่…อาจส่งผลแค่ทำให้ความทรงจำสับสน หรือไม่ก็…สูญเสียความทรงจำ”
“อีกอย่าง ผู้ป่วยจะฟื้นคืนสติหรือเปล่าก็ต้องดูที่ตัวผู้ป่วยเองด้วยค่ะ นอกจากนั้นคลื่นสมองเป็นแบบนี้แล้ว ความจริงก็พอจะดูออกว่าระบบสมองไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่ความผิดปกติของคลื่นสมองแบบนี้อาจเข้าใจได้ว่าเป็นการปกป้องตัวเองอย่างหนึ่ง!”
“พูดให้ชัดเจนก็คือ มนุษย์เราอาจไม่มีความปรารถนาที่จะมีชีวิตอยู่ แต่ว่า…สิ่งมีชีวิตย่อมมีสัญชาตญาณเอาตัวรอด พอเห็นคลื่นสมองนี้แล้ว ฉันจึงสรุปได้ว่าร่างกายของผู้ป่วยกำลังต่อสู้และปรารถนาที่จะฟื้นขึ้นมา”
กล่าวจบทุกคน