่อยๆ ส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยของแผนกศัลยกรรมทั่วไป
เฉินปิ่งเซิงเห็นเฉินชางก้าวหน้าไปทีละก้าวด้วยตาตัวเอง นี่ทำให้เขาดีใจที่สุดแล้ว ถึงอย่างไรอีกฝ่ายก็เป็นเหมือนลูกศิษย์ที่ติดตามตนเอง หากมีอนาคตตั้งตัวได้ย่อมดีที่สุด
เฉินชางหัวเราะ “ฮ่าๆ ไปด้วยกันสิครับ วันนี้ผมไม่มีธุระ ยอมให้คุณตีทั้งวันเลย”
พูดจบเฉินชางก็รีบเดินตามเฉินปิ่งเซิงออกไป
เหล่าเฉินเห็นดังนั้นก็ชะงักไปเล็กน้อย รู้สึกอุ่นวาบในใจ จากนั้นจึงพูดยิ้มๆ ว่า “ไปสิ”
อันที่จริง เรื่องการติดตามสั่งสอนในโรงพยาบาลเช่นนี้ ใช้เวลาสามปีก็ถือว่ามากที่สุดแล้ว โดยทั่วไปเมื่อหมอใหมมาทำงานที่โรงพยาบาลจะมีหมออาวุโสดูแลครึ่งปีถึงหนึ่งปีค่อยปล่อยให้ทำงานด้วยตัวเอง ดูแลคนไข้ด้วยตัวเอง
ตอนนี้ทุกคนมีความสัมพันธ์กันแบบเพื่อนร่วมงาน และเป็นความสัมพันธ์ที่แฝงการแข่งขันอยู่เล็กน้อย ดังนั้นช่วงดูแลหมอใหม่ หมอส่วนใหญ่จึงไม่ได้ปฏิบัติตัวเหมือนอาจารย์อย่างแท้จริง เพียงสอนไปตามกระบวนการเท่านั้น น้อยคนที่จะทุ่มเทเหมือนที่เหล่าเฉินปฏิบัติกับเฉินชาง
สิ่งเหล่านี้เฉินชางรู้ดีแก่ใจ ตั้งแต่เข้าสู่อาชีพนี้ เหล่าเฉินปฏิบัติกับเขาไม่เลวเลย ตอนที่เขาได้เงินน้อยก็ไปเนียนกินกับเหล่าเฉินทุกวัน มิฉะนั้นจะเก็บเงินได้ถึงสองหมื่นหยวนได้อย่างไร
หากจะพูดว่าเงินเป็นเรื่องเล็ก เช่นนั้นการสอนเรื่องมนุษยธรรมและเรื่องที่ไม่มีสอนในโรงเรียน หรือในหนังสือให้เฉินชางเล่า สิ่งเหล่านี้จะถือเป