ามรู้สึกไม่เลวเหมือนกันนะเนี่ย
……
เฉินชางไปเดินเล่นที่ตลาดกลางคืนเป็นเพื่อนฉินเยว่รอบหนึ่ง จากนั้นก็พากันเดินกลับมาที่ใต้ตึกพักอาศัยอย่างเอื่อยเฉื่อย
บนห้อง จี้หรูอวิ๋นนั่งตากพัดลมอยู่บนโซฟา เธอหันไปดูเวลา พบว่าตอนนี้เป็นเวลาสามทุ่มห้าสิบห้านาทีแล้ว จากนั้นจึงมองไปยังเหล่าฉินที่นั่งดูทีวีอยู่บนโซฟาข้างๆ อดถามไม่ได้ว่า “เอ๋? เหล่าฉิน ทำไมวันนี้ไม่ไปยืนเฝ้าตรงหน้าต่างล่ะคะ ลูกสาวสุดที่รักของคุณจะกลับมาแล้วนะ!”
จี้หรูอวิ๋นมองฉินเสี้ยวหยวนอย่างแปลกใจ หากเป็นเมื่อก่อน พอถึงเวลานี้ ฉินเสี้ยวหยวนคงไปยืนเฝ้าตรงหน้าต่างนานแล้ว แต่วันนี้เขาไม่ไปแอบมองอยู่ตรงระเบียง กลับมานั่งดูทีวีอย่างสบายใจแทนเสียได้
นี่ทำให้จี้หรูอวิ๋นงงจริงๆ!
เหล่าฉินเปลี่ยนไปแล้วหรือ
ฉินเสี้ยวหยวนทำเพียงโบกมือแล้วตอบอย่างเกียจคร้านว่า “วันนี้พักหนึ่งวัน”
ฉินเสี้ยวหยวนย้อนนึกถึงการผ่าตัดของเฉินชางในวันนี้พลางส่งเสียงจิ๊จ๊ะออกมาอย่างอดไม่อยู่
เจ้าเด็กนี่ถือว่ามีความสามารถอยู่บ้าง!
การรักษาและช่วยชีวิตผู้ป่วยนับเป็นเรื่องดี ทั้งยังสร้างผลงานครั้งใหญ่ให้แก่โรงพยาบาลอีกด้วย
เมื่อคิดถึงตรงนี้ ฉินเสี้ยวหยวนก็รู้สึกว่าควรให้รางวัลเฉินชางสักหน่อย
แต่ว่า…เมื่อคิดถึงตรงนี้ ฉินเสี้ยวหยวนก็รู้สึกแปลกๆ เหมือนขายลูกสาวเพื่อความรุ่งโรจน์อย่างไรอย่างนั้น ฉินเสี้ยวหยวนรีบส่ายหน้า สลัดความคิดน่ากลัวทิ้งไป
อย่างไรก็ตาม เมื่อฉินเสี้ยวหยวนคิ