็นโรคเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบแบบบีบรัดที่หาได้ยากยิ่งอีกด้วย
เมื่อคิดถึงตรงนี้ จางเหวินฟู่ก็พึมพำออกมา อย่าทำตัวเองขายหน้าเชียว…
ที่ยืนอยู่หลังตนคือหมอทั้งแผนกและนักศึกษาแพทย์อีกกลุ่มหนึ่ง…ที่สำคัญที่สุดก็คือ หัวหน้าเถามี่กำลังจ้องมองตนอยู่ด้านหลัง
ถ้าหาก…ล้มเหลว อาจกลายเป็นโศกนาฏกรรมได้เลย!
เมื่อคิดถึงตรงนี้ จางเหวินฟู่ก็เริ่มถามอาการอย่างละเอียด
ไม่กล่าวไม่ได้ว่าจางเหวินฟู่เป็นหมอที่มีประสบการณ์มากจริงๆ เขาถามข้อมูลของผู้ป่วยอย่างครบครันทุกด้าน ไม่นานก็ได้เบาะแสบางอย่าง
แต่ว่า! หลังจากสอบถามอาการและประวัติการเจ็บป่วยเสร็จแล้ว จางเหวินฟู่ก็ยิ่งกังวล…เพราะอาการเช่นนี้เหมือนโรค COPD (โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง) มากกว่า!
จางเหวินฟู่รู้สึกกระสับกระส่ายขึ้นมาแล้ว หากจะใช้การตรวจร่างกายเบื้องต้นเพียงอย่างเดียวมาวินิจฉัยโรคเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบแบบบีบรัดย่อมเป็นเรื่องที่ยากมากๆ และเป็นการทดสอบความรู้ความเข้าใจของแพทย์ที่มีต่อโรคนี้ได้ดีอีกด้วย
เป็นไปได้ไหมว่า…หมอแผนกฉุกเฉินวินิจฉัยผิด
เมื่อคิดถึงตรงนี้ จางเหวินฟู่ก็ดวงตาเปล่งประกาย ถึงอย่างไรกรณีเช่นนี้ในทางคลินิกก็หาได้น้อย แผนกฉุกเฉินก็ทำเรื่องย้ายแผนกมาแล้ว ยังไม่ได้วินิจฉัยให้ชัดเจนว่าเป็นอะไรกันแน่ แต่ถึงอย่างไรหมอแผนกฉุกเฉินก็โทรมาหาหัวหน้าแผนกโดยตรง ถ้าเช่นนั้นก็ควรแน่ใจแล้วว่าเป็นโรคเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบแบบบีบรัด!
ช่างเถอะ ถ้างั้นก็สอนโดยคิด