ในวันนี้ ทำให้เจิ้งซานสุ่ยประเมินเขาไว้สูงมากทีเดียว อายุยังไม่มาก ดูแล้วคงอายุยี่สิบกว่าปีเท่านั้น แต่มีฝีมือถึงระดับนี้แล้ว เจิ้งซานสุ่ยรู้สึกชื่นชมจริงๆ
ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่นเลย แค่อีกฝ่ายเข้าใจอาการชีพจรผิดปกติและใช้การตรวจวัดความดันโลหิตมาพิจารณาอาการได้ก็มีความสามารถมากแล้ว
เฉินชางไม่ได้เดินออกไปส่งเพราะในห้องยังมีผู้ป่วยรอตนอยู่
ความจริงเฉินชางคิดไม่ถึงเลยว่าจะได้พบคุณเจิ้งในฐานะผู้ป่วยที่แผนกฉุกเฉินแต่เช้าเช่นนี้
ตอนนี้คุณเจิ้งเป็นอธิการบดีกิตติมศักดิ์อยู่ที่มหาวิทยาลัยการแพทย์ในมณฑลตงหยาง อายุเจ็ดสิบกว่าปีแล้ว ในหนึ่งอาทิตย์จะออกมาทำงานที่คลินิกผู้ป่วยนอกสองครั้ง คาดว่าเขาคงบังเอิญผ่านมาทางนี้ขณะกำลังออกกำลังกายตอนเช้า จึงถือโอกาสเข้ามาทำกราฟหัวใจเสียเลย
ความจริงด้วยความสามารถของชายชรา เพียงยกโทรศัพท์ครั้งเดียว ลูกศิษย์ของเขาก็ยกเครื่องวัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจมาถึงบ้านชายชราได้แล้ว ต้องทราบว่าการจะเป็นปรมาจารย์ในวงการแพทย์ได้นั้น จะมีเพียงความสามารถส่วนบุคคลไม่ได้ แต่จะต้องมีความสามารถระดับมหภาคด้วย!
พูดให้ชัดก็คือคุณเจิ้งเป็นเหมือนสมบัติล้ำค่าของมณฑลตงหยาง
ไม่ว่าจะเป็นแพทย์แผนจีน หรือแพทย์แผนปัจจุบัน ขอเพียงรักษาอาการป่วยได้ ก็นับเป็นแพทย์ที่ดีทั้งนั้น ยิ่งไปกว่านั้น หากเป็นแพทย์ที่แท้จริงจะไม่กีดกันซึ่งกันและกัน เพราะจะอย่างไรก็มีเป้าหมายเดียวกัน ไม่ว่าจะใช้ทฤษฎีไหนก็เป็นการ