้นเลือดที่คอขยายตัวไปตามการหายใจของอู๋อวี้ซู่จนมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า แต่เพราะผู้ป่วยค่อนข้างอ้วน จึงไม่ได้เห็นชัดขนาดนั้น
เฉินชางคิดไปถึงคำพูดของอู๋อวี้ซู่เมื่อครู่นี้ ที่ว่าตนมีอาการท้องอืด อาหารไม่ย่อย ความอยากอาหารลดลง สุดท้ายก็พูดไปว่า “ให้ผมลองจับท้องคุณดูหน่อยนะครับ”
อู๋อวี้ซู่ยกขาขึ้นอย่างให้ความร่วมมือ
เฉินชางใช้วิธีเคาะเพื่อตรวจดูบริเวณท้อง จากนั้นก็เงียบไป อาจมีของเหลวสะสมในช่องท้อง ซึ่งของเหลวกว่าครึ่งอาจสะสมอยู่ในตับ
ตอนนี้เฉินชางวินิจฉัยได้มากแล้ว
คิดแล้วเฉินชางก็ถามประวัติอาการป่วยและปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดอาการอย่างละเอียดอีกครั้ง
เฉินชางมองอู๋อวี้ซู่แล้วบอกว่า “ดูจากที่ผมตรวจให้คุณเมื่อกี้ รวมถึงอาการที่ปรากฏให้เห็นในตอนนี้ ผมคิดว่าอาการของคุณเหมือนโรคเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบแบบบีบรัดครับ”
อู๋อวี้ซู่ได้ยินดังนั้นหนังตาก็กระตุกทันที เขาถูกศัพท์เฉพาะทางการแพทย์ทำให้ตกใจไปหมดแล้ว
เขาเคยได้ยินแต่ปอดอักเสบ จมูกอักเสบ แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ได้ยินคำว่าเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบอะไรนั่น!
คิดดังนี้อู๋อวี้ซู่ก็หน้าเปลี่ยนสี “เยื่อหุ้มหัวใจอะไรนะครับ หมายถึงอะไรครับ”
เฉินชางอธิบาย “เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบแบบบีบรัดครับ มีสาเหตุมาจากเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบเรื้อรัง เมื่อปล่อยไว้นานจะส่งผลกระทบต่อร่างกาย ทำให้เกิดภาวะเยื่อหุ้มหัวใจหนา และอาจเกิดพังผืด หรือหินปูนที่เยื่อหุ้มหัวใจ ซึ่งจะไปจำกัดการห