าวิ่งไปวิ่งมาก็ยังไม่รู้ตัว ต้องอาบน้ำก่อนถึงค่อยรู้ตัวว่ามีอาการนี้
เมื่อคิดถึงตรงนี้ ฉินเยว่ก็เดินไปหยิบสบู่ข้างอ่างล้างมือแล้วเดินกลับมามาส่งสบู่ให้ชายคนนั้น “คุณลองล้างดูก่อนค่ะว่าล้างออกหรือเปล่า”
เขาชะงักไป ท่าทางตื่นตระหนก “คุณจะบอกว่า…สีตกหรือครับ”
ฉินเยว่ยิ้ม “คุณลองดูก่อนนะคะว่าล้างออกหรือเปล่า แล้วค่อยว่ากัน”
เมื่อเขาได้ยินดังนั้นก็คิดว่าอาจเป็นไปได้จึงลุกขึ้นไปข้างอ่างล้างมือแล้วออกแรงถูสบู่ จากนั้นก็ใช้น้ำล้างออก
ยังต้องพูดอะไรอีกล่ะ! สีจางลงเล็กน้อยจริงๆ
นี่ทำให้เขาทั้งดีใจและกระตือรือร้น “โอ้ ให้ตายเถอะ สีตกจริงๆ เหรอเนี่ย”
เมื่อกล่าวเช่นนี้ออกมาแล้ว ชายคนนั้นก็ขำคำพูดของตัวเอง เขาหยิบสบู่ขึ้นมาถูขาอีกข้างหนึ่ง เมื่อพบว่าทำให้สีจางลงได้จริงๆ ก็หัวเราะออกมา
“น่าอายจังเลยครับหมอ รบกวนพวกคุณแล้ว คงสีตกแหละครับ”
เมื่อพูดจบก็หยิบเลคกิ้งสำหรับออกกำลังกายทั้งสองข้างออกมาจากกระเป๋าที่สะพายไว้ด้านหลัง “ตอนบ่ายผมใส่ไอ้นี่ไปเตะบอล เพิ่งซื้อมาครับ! ผมคิดว่าวันนี้เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ เลยอยากสวมอุปกรณ์ชิ้นใหม่ไปเตะบอลสักหน่อย คิดไม่ถึงว่าสีจะตก! จะฮาเกินไปแล้ว”
ขณะพูดเขาก็รู้สึกไม่ดี
“ทำผมตกใจหมด ไป๋ตู้นะไป๋ตู้ นึกว่าจะต้องตัดขาซะแล้ว ตลกร้ายจริงๆ!”
เฉินชาง ฉินเยว่และหวังหย่งทนไม่ไหวจนต้องหัวเราะออกมา
ชายคนนั้นยิ้ม “อาบน้ำเสร็จผมค่อยรู้ตัว แล้วยังถูกเพื่อนๆ ขู่มาอีก รู้งี้ผมน่าจะ