รย์ครั้งแรกของฉันน่ะ”
ฉินเยว่ไม่รู้ว่าทำไมตัวเองถึงพูดเรื่องนี้ขึ้นมา แต่อย่างไรก็อดเตือนเฉินชางไม่ได้ “อืม ครั้งสองครั้งไม่เป็นไร แต่อย่าเข้าไปทุกครั้งแล้วกัน”
เฉินชางตกตะลึงไปโดยพลัน จู่ๆ ก็หยุดฝีเท้าลง “โอ้ นี่เธอกำลังเป็นห่วงฉันใช่หรือเปล่า”
เฉินชางหยุดเดินกะทันหัน ทำให้ฉินเยว่ชนเขาอีกครั้ง เมื่อได้ยินเฉินชางพูดเช่นนี้เธอก็ถลึงตาโตพลางย่นจมูก “เหอๆ…”
เฉินชางหยุดยืนอยู่ตรงนั้น มองไปยังฉินเยว่ที่สวมชุดชื้นเหงื่อ พลันส่งเสียงกระแอมออกมา “เสื้อของเธอชื้นไปหมดแล้ว ไปเปลี่ยนชุดเถอะ”
ฉินเยว่ก้มหน้าลงมองก็พบว่าเสื้อผ้าตัวในของตนเปียกจนมองทะลุได้ แม้แต่เสื้อกาวน์ที่คลุมอยู่ด้านนอกก็แนบไปกับลำตัว เห็นดังนั้นเธอก็หน้าแดงระเรื่อ รีบวิ่งไปยังห้องเวรทันที
เฉินชางลูบคางตัวเอง มองไปยังแผ่นหลังที่ค่อยๆ ห่างออกไปอย่างพิจารณา สุดท้ายก็ทอดถอนใจออกมา “เฮ้อ…เรื่องสวมเสื้อผ้านี่ก็สำคัญมากนะ!”
ฉางลี่น่ายื่นหัวเข้ามาเมื่อไหร่ก็ไม่อาจทราบ เธอมองท่าทางยิ้มจนตาหยีของเฉินชาง “เป็นไง รูปร่างไม่เลวเลยใช่ไหมคะ”
เฉินชางพยักหน้าอย่างจริงจัง “อืม! คุณพูดไม่ผิดเลยจริงๆ ปกติมองไม่ออกเลยนะครับเนี่ย!”
ฉางลี่น่าทำสีหน้าเหมือนตัวเองแค่เดินผ่านทางมา จากนั้นก็กระซิบข้างหูเฉินชางด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ท่าทางดูลับๆ ล่อๆ “ฉันจะบอกความลับอย่างหนึ่งให้คุณฟัง!”
เฉินชางเบิกตากว้าง ต่อมซุบซิบเหมือนถูกกระตุ้น “อะไรครับ”
ฉางลี่น่าเผ