ถ้าหากตัวคุณเองก็ยังไม่มีความมั่นใจ แล้วคุณจะเอาอะไรไปให้คนอื่นมั่นใจ
คุณจะถอยไม่ได้! คุณเป็นด่านป้องกันสุดท้ายของชีวิตผู้ป่วยแล้ว คุณจะถอยไปไหนได้อีก
คุณเป็นที่พึ่งสุดท้ายของพวกเขาแล้ว หากคุณถอย ก้าวต่อไปก็มีเพียงหุบเหว!
……
เก่อฮว๋ายมองดูเฉินชางเดินไปหน้าเตียงผ่าตัดด้วยท่าทางที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ จิตวิญญาณเต็มเปี่ยมประหนึ่งเทพสงคราม!
ขณะนี้เก่อฮว๋ายมองเฉินชางด้วยความริษยา
เขาอิจฉามากจริงๆ!
อิจฉาบรรยากาศและท่าทางของเฉินชางที่เป็นเหมือนลูกวัวแรกเกิดไม่กลัวเสือ[2]
ทว่าเฉินชางจะไม่รู้จักแยกแยะความตื้นลึกหนาบางจริงๆ หรือ
แน่นอนว่าไม่ใช่!
ที่มาของความมั่นใจในตนเองของเขาแปรผันไปตามความสามารถและความเชื่อมั่นของตนเองที่สั่งสมมาจากการผ่าตัดจริงซึ่งสำเร็จมาครั้งแล้วครั้งเล่า มาจากการต่อสู้บนเตียงผ่าตัดที่แท้จริงครั้งแล้วครั้งเล่า!
เพราะเหตุใดในตอนที่เฉินชางและเก่อฮว๋ายแข่งขันกัน ซย่าเกาเฟิงจึงกล่าวว่าเก่อฮว๋ายเป็นผู้ชนะ แต่กลับชื่นชมเฉินชางเป็นการส่วนตัว สาเหตุหนึ่งก็คือซย่าเกาเฟิงเข้าใจนักเรียนของตัวเองมากเกินไป
เก่อฮว๋ายเป็นคนเก่งแต่ขาดความมั่นใจในตัวเอง ขาดความกล้าหาญ! ดังนั้นเพื่อที่จะดูแลเก่อฮว๋าย ซย่าเกาเฟิงจึงไม่อยากทำร้ายจิตใจเขาและเก็บซ่อนความจริงเอาไว้ ทั้งหมดก็เพื่อจะช่วยนักเรียนตัวเอง!
ไม่มีใครรู้จักบุตรชายดีไปกว่าบิดา ไม่มีใครรู้จักลูกศิษย์ดีไปกว่าอาจารย์
ไม่ว่าจะเป็นอาจารย์คน