ะเคนจนกลายเป็นหมาขี้ประจบไปแล้ว ส่วนหัวหน้าอันก็ถูกงานของตนเองทรมานจนแทบตาย และหวังหย่งในฐานะที่เป็นศิษย์น้อยๆ ของตนก็ยังคงหมั่นฝึกฝนและทำงานเป็นอย่างดี
ตอนนี้เฉินชางรู้สึกว่าตนเป็นพวกเผด็จการในแผนกไปแล้ว!
อืม ควรเรียกว่าแผนกนี้เพื่อพี่เฉินสินะ!
……
นั่งรถแท็กซี่ไปถึงโรงพยาบาลตงต้า จ่ายเงินไปแค่ราคาเริ่มต้นแปดหยวน
หลังจากรีบวิ่งไปถึงแผนกศัลยกรรมหัวใจแล้วก็พบว่าเมิ่งซีกำลังเตรียมประวัติผู้ป่วยอยู่ที่เคาน์เตอร์พยาบาล
เฉินชางวิ่งเข้าไปแล้วพูดว่า “ขอบคุณครับอาจารย์เมิ่ง ปล่อยให้คุณรอนานแล้ว!”
เมิ่งซีชะงักไปครู่หนึ่งก่อนมองนาฬิกาข้อมือ “เร็วขนาดนี้เลยหรือ”
พูดจบก็ส่งเอกสารจำพวกใบยินยอมรับการผ่าตัดให้เฉินชางแล้วกล่าวว่า “เซ็นต์เอกสารยอมรับการผ่าตัดแล้ว รีบผ่าตัดกันเถอะ”
เฉินชางยิ้มอย่างซาบซึ้งใจ
แม้อาจารย์เมิ่งจะเป็นคนเข้มงวด ชอบทำงานไม่เห็นเดือนเห็นตะวันและชอบเรียกนักเรียนมาผ่าตัดหลังเลิกงาน หากเป็นนักเรียนปกติจะต้องแอบบ่นในใจแน่นอน แต่เฉินชางเข้าใจดีว่าตนเองต้องทำเพื่อเรียนรู้เทคนิคต่างๆ ขนาดผู้เป็นอาจารย์ยังไม่คิดบ่นอะไร แล้วตัวเองจะมีคุณสมบัติอะไรไปบ่นกันล่ะ
เก่อฮว๋ายเห็นเฉินชางมาแล้วก็ยิ้มประหลาด “เสี่ยวเฉิน ไม่ต้องเครียดนะครับ มีผมอยู่ด้วย”
เฉินชางชะงักไป
อาจารย์เก่อคนนี้…ดูเหมือนจะเปลี่ยนไปนะ
ใส่ใจผมขนาดนี้เลยหรือ
เฉินชางรีบพูดไปว่า “ขอบคุณครับอาจารย์เก่อ วันนี้ก็รบกวนคุณแล้ว”
เก่อ