้อง!
เมิ่งซีเงียบไปครู่หนึ่ง เธอมองภาพที่ปรากฏบนเครื่องอัลตร้าซาวด์แล้วมองอู๋เผิงอีกครั้งก่อนพูดขึ้นว่า “อืม ฉันเข้าใจความคิดของหมออู๋ดีค่ะ แต่ว่า…ผู้ป่วยอาจมีภาวะถุงหุ้มหัวใจอักเสบเฉียบพลันจากเชื้อแบคทีเรีย หากให้อยู่ที่แผนกฉุกเฉินต่อไปก็คงไม่มีความหมาย ย้ายไปที่แผนกศัลยกรรมหัวใจเถอะค่ะ”
เมื่ออู๋เผิงได้ยินดังนั้นก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ดูเหมือนว่า…วิธีนี้จะไม่มีจุดอ่อนเลย
ตอนนี้ผู้ป่วยไม่ได้อยู่ในความรับผิดชอบของตนแล้ว
“เอาละๆ ยังไงก็ต้องลำบากและรบกวนหัวหน้าเมิ่งแล้ว และก็หมอเก่อด้วยนะครับ ระวังหน่อยนะครับ!”
เมิ่งซีหันไปมองเก่อฮว๋าย “หมอเก่อ คุณกับหมออู๋ไปจัดการตามขั้นตอนนะคะ เร่งมือหน่อยนะคะ ฉันกับเฉินชางจะรีบไปเจาะถุงหุ้มหัวใจ!”
เก่อฮว๋ายตื่นตะลึงจนตาค้างไปแล้ว เรื่องจัดการขั้นตอนต่างๆ ควรให้นักศึกษาทำไม่ใช่หรือ ส่วนเรื่องการเจาะถุงเยื่อหุ้มหัวใจควรให้หมอเป็นคนทำไม่ใช่หรือ
นี่…ทำไมมันดูมั่วๆ แบบนี้ล่ะ
แต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้ หัวหน้าเมิ่งเป็นบอสสายตรงของเขา เชื่อฟังไว้จะเป็นการดี
เก่อฮว๋ายรีบไปทำเรื่องย้ายแผนกกับอู๋เผิง
การย้ายแผนกของผู้ป่วยแผนกฉุกเฉินทั้งสะดวกและรวดเร็ว ไม่ได้ยุ่งยากเหมือนกับผู้ป่วยแผนกอื่น
ส่วนขั้นตอนการรักษาก็ไม่ได้แตกต่างอะไรมากนัก สิ่งเดียวที่ไม่เหมือนกันก็คือผู้ป่วยและหมออัลตร้าซาวด์เปลี่ยนที่กัน ส่วนเฉินชางก็เจาะถุงหุ้มหัวใจอย่างเป็นทางการ
เก่อฮว๋ายต้องวิ่งไปวิ่งม