คงบอกคุณได้แค่ว่า อาการของผู้ป่วยเสถียรเพียงชั่วคราว”
หลังจากอธิบายจบเฉินชางก็พูดต่อไป “นี่ครับ นี่เป็นหนังสือรับทราบและยินยอมรวมถึงหนังสือแจ้งการผ่าตัด…คุณช่วยเซ็นชื่อด้วยนะครับ”
ขณะที่เฉินชางพูด พยาบาลในห้องกู้ชีพก็วิ่งเข้ามา “หมอเฉิน ผู้ป่วยซุนเซิ่งได้สติแล้วค่ะ!”
ประโยคนี้ทำให้หนิวฮุ่ยดีใจอย่างยิ่ง
หลายครั้งที่ญาติผู้ป่วยมีความคิดอยู่ในหัวมากมาย เมื่อได้สติขึ้นมาแล้วก็ถือว่าดี เมื่อได้ยินว่าสามีได้สติแล้ว หนิวฮุ่ยก็รีบมองเฉินชางแล้วพูดว่า “ฉันเข้าไปเยี่ยมเขาได้ไหมคะ”
เฉินชางพยักหน้า “คุณมากับผมก็ได้ครับ”
เฉินชางประมาณการในใจ หากผู้ป่วยไม่ได้มีอาการใดเป็นพิเศษก็สมควรได้สติแล้ว ตอนนั้นเขามีอาการช็อคเพราะความดันโลหิตต่ำอันเกิดจากภาวะหัวใจบีบรัด ตอนนี้ผ่านไปนานแล้วก็สมควรได้สติแล้ว
ขณะสนทนากัน เฉินชางก็พาหนิวฮุ่ยเดินไปถึงห้องกู้ชีพ
ตัวเลขที่ปรากฏบนเครื่องวัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจเป็นปกติ เฉินชางจึงผ่อนคลายลงได้
หนิวฮุ่ยมองซุนเซิ่งที่นอนอยู่บนเตียง น้ำตาไหลออกมา
“สามี…คุณไม่เป็นไรใช่ไหมคะ…” หนิวฮุ่ยร้องไห้โดยไร้เสียง เธอเดินไปข้างๆ ยืนน้ำตาไหลอยู่ตรงนั้น
หนิวฮุ่ยไม่เข้าใจเรื่องการแพทย์และไม่กล้าแตะต้องซุนเซิ่งตามใจเพราะกลัวจะมีปัญหาอะไร
ตอนนี้ซุนเซิ่งเห็นภรรยาของตนร้องไห้ต่อหน้าก็ใจอ่อนยวบ “ที่รัก…ขอโทษ…ผม…”
ซุนเซิ่งอยากขอโทษแต่หนิวฮุ่ยกลับหยุดเขาไว้ “คุณไม่ต้องพูดอะไรแล้ว คุณรู้หรือเปล่า…