านได้ อย่างมากก็พอให้จักรยานไฟฟ้าขับผ่านได้ แต่ไม่ใช่รถยนต์
รถฉุกเฉินขับได้ถึงถนนข้างสะพานเท่านั้น จากนั้นต้องให้หมอวิ่งไปด้วยตัวเอง หากเดินจากถนนใหญ่ไปสะพานก็ต้องเดินขึ้นบันไดอีกด้วย นี่เป็นอุปสรรคร้ายแรงที่ขัดขวางการช่วยชีวิตโดยไม่ต้องสงสัยเลย!
ใช้เวลาไปไม่ถึงสองนาทีรถฉุกเฉินก็มาถึงจุดจอดรถ เฉินชางเปิดประตูรถแล้ววิ่งกอดกล่องเครื่องมือฉุกเฉินลงไป ส่วนเหล่าหลิวคนขับรถก็เข็นเตียงฉุกเฉินลงไปด้วย
พวกเขากำลังจะขึ้นไปบนสะพานท่อ แต่กลับพบว่าทางขึ้นเป็นบันไดทั้งหมด เตียงเข็นขึ้นไปไม่ได้ ดังนั้นจึงต้องเปลี่ยนไปหยิบเปลแล้วรีบวิ่งขึ้นไป
ขณะนี้เป็นเวลาตีหนึ่งกว่าแล้ว! บนถนนไม่มีคน
เมื่อเฉินชางและเหล่าหลิววิ่งไปถึงสะพานท่อก็พบชายวัยรุ่นสองคนยืนอยู่ข้างสะพาน ในมือกำโทรศัพท์เอาไว้กำลังโทรออก มีรถมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งล้มอยู่ข้างๆ และชายคนหนึ่งนอนอยู่บนพื้น เป็นตายไม่แน่ชัด!
เมื่อเห็นรั้วที่มีสภาพยับเยิน เฉินชางก็รู้สึกหนักอึ้ง!
ชนจนยับขนาดนี้เชียว!
คน…ก็คงอันตรายมาก
เฉินชางไม่มีเวลาคิดมาก รีบวิ่งเข้าไปพร้อมเหล่าหลิวคนขับรถ
ชายหนุ่มทั้งสองเห็นเฉินชางสวมชุดกาวน์วิ่งเข้ามาอย่างเร่งร้อน ดวงตาพลันเปล่งประกาย
“หมอ! ทางนี้ครับ!”
ตอนนี้ผู้บาดเจ็บนอนพาดอยู่บนราวบันได ร่างกายครึ่งหนึ่งอยู่บนสะพาน หากไม่ระวังอาจตกลงไปได้ทุกเมื่อ!
ไฟทางบริเวณนี้ไม่ค่อยสว่างนัก เห็นได้เพียงรางๆ!
บนถนนไม่มีเลือด คงไม่บาดเจ็บภายน