งที่อยู่ระหว่างพื้นผิวหัวใจและถุงเยื่อหุ้มหัวใจ
โดยปกติแล้วในช่องเยื่อหุ้มหัวใจจะมีน้ำสีเหลืองอ่อนอยู่เล็กน้อยเพื่อหล่อลื่นพื้นผิวหัวใจ ทำหน้าที่คล้ายกับน้ำมันที่ช่วยหล่อลื่นเครื่องยนต์ เพราะหัวใจก็เหมือนกับลูกสูบที่มีการเคลื่อนไหวไม่หยุด ด้านนอกมีถุงหุ้มหัวใจติดอยู่จึงทำให้เกิดการเสียดสี ดังนั้นของเหลวสีเหลืองอ่อนนี้ก็เปรียบเสมือนน้ำมันหล่อลื่น ช่วยลดการเสียดสีระหว่างหัวใจและถุงเยื่อหุ้มหัวใจ
แต่เมื่อหัวใจเกิดการบาดเจ็บภายนอกหรือเส้นเลือดบริเวณหัวใจเกิดความเสียหายจะทำให้เกิดภาวะสะสมของเหลวในช่องเยื่อหุ้มหัวใจ (Pericardial Effusion)[2]เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการเสียชีวิตเฉียบพลันเพราะหัวใจบาดเจ็บนั่นเอง
เนื่องจากความยืดหยุ่นของหัวใจมีขีดจำกัด หากเลือดที่สะสมอยู่ในหัวใจเพิ่มขึ้นถึง 150 ml อย่างฉับพลัน จะไปรบกวนการเต้นของหัวใจและการไหลเวียนเลือดสู่หัวใจ และเกิดระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลวเฉียบพลันจนนำไปสู่ภาวะหัวใจหยุดเต้น
ลองคิดดู หากมีของเหลวสะสมอยู่ในช่องเยื่อหุ้มหัวใจมากจนบวมแล้วไปกดเบียดหัวใจจนหัวใจเต้นไม่ได้ หัวใจที่ทำหน้าที่ส่งเลือดไปหล่อเลี้ยงทั้งร่างกายก็ทำได้เพียงพยายามหดตัว หดตัว…จนหัวใจเต้นเร็วแต่ปั๊มเลือดออกมาได้น้อยลงเรื่อยๆ เพราะแรงกดจากด้านนอกทำให้ติดขัด!
ไม่นานหัวใจก็จะหยุดเต้น ทำให้ระบบหมุนเวียนล้มเหลว จนกระทั่ง…เสียชีวิตเฉียบพลัน!
ดังนั้นสภาพอาการของผู้ป่วยในตอนนี้อันตรา