ามรู้ของเราทำได้แค่ค่อยๆ ปรับเปลี่ยนให้ทันและไม่หยุดยั้ง
ขีดจำกัด?
ที่ไหนๆ ก็มีขีดจำกัดทั้งนั้น!
ทำไมจะต้องตำหนิคนอื่นด้วย
ลองคิดดูว่าตัวเราเองทำดีมากแค่ไหนแล้ว
แหล่งทรัพยากรในการรักษาโรคภัยไข้เจ็บมีจำกัด พวกเราช่วยชีวิตผู้ป่วยอย่างสุดกำลังความสามารถ ทุ่มเทอย่างเต็มที่ เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว
…
เฉินชางมองเมิ่งซีแล้วก็ถอนหายใจออกมา “การแพทย์ก็เป็นแบบนี้…”
คำพูดของเฉินชางที่กล่าวออกไปทำให้เก่อฮว๋ายกับเมิ่งซีถึงกับตะลึง แล้วทั้งสองก็ถอนหายใจออกมา
ใช่ นี่คือการแพทย์!
ขณะนี้เป็นเวลาห้าทุ่มกว่า หลังจากที่ทุกคนเก็บข้าวเก็บของแล้ว ก็เตรียมเลิกงานกลับบ้าน
จู่ๆ เมิ่งซีก็มองเฉินชาง กล่าวขึ้นว่า “เสี่ยวเฉิน คุณพักอยู่ที่ไหน ให้ฉันไปส่งคุณเถอะ”
เฉินชางชะงัก ส่ายหน้า “ผมเดินกลับก็ใช้เวลายี่สิบนาทีเองครับ อาจารย์เมิ่งรีบกลับไปพักผ่อนเถอะครับ”
เมิ่งซีไม่ได้ดึงดันอะไร เธอหันหลังแล้วเดินจากไป
ในเวลานี้เฉินชางท้องร้องโครกคราก เขาถึงนึกขึ้นได้ว่าตนยังไม่ได้กินข้าว โธ่ ขืนปล่อยให้ท้องร้องต่อไปอีกต้องหิวตายแน่
…
…
เช้าตรู่วันต่อมา หลังจากที่เปลี่ยนเวรแล้ว เฉินชางเพิ่งรู้กะทันหันว่าที่โรงพยาบาลมีจัดประชุมสำหรับแพทย์ที่เพิ่งเข้ามาฝึกอบรมที่โรงพยาบาล
และหลังจากที่เฉินชางเข้าไปในที่ประชุมแล้ว เขาก็ได้เจอกับเฉียนหลินอีกครั้ง หัวข้อที่ทางศูนย์ฝึกอบรบบรรยายส่วนใหญ่เป็นหัวข้อเรื่องการฝึกอบบรมรวมทั้งข้อพึงระวังและก