นไม่ต้องใช้เงินหรือไง เฟอร์นิเจอร์ก็ไม่ใช่เงินจำนวนน้อยๆ นะ”
เฉินชางไม่รู้ว่าจะร้องไห้หรือจะหัวเราะดี “แม่ แต่ละเดือนผมหาเงินได้เป็นหลายแสนหยวน แม่เก็บเงินไว้ดูแลตัวเองเถอะครับ ต่อไปไม่ต้องลำบากแล้ว เรื่องค่าเล่าเรียนค่ากินอยู่ของเฉินหลัว พ่อกับแม่ไม่ต้องห่วงแล้ว ผมรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง…
…รอบ้านตกแต่งเสร็จ พ่อกับแม่ก็มาอยู่ได้เลย ถึงตอนนั้นแม่ทำอาหารให้ผมกับเฉินหลัวกิน สุดสัปดาห์เฉินหลัวก็กลับมาอยู่บ้าน พวกเราทั้งครอบครัวอยู่ที่เมืองอันหยาง ผมก็ดูแลทุกคนได้สะดวก”
เมื่อเฉินต้าไห่ได้ฟังเช่นนั้น เขาก็รีบพยักหน้าทันที “ใช่ ต่อไปคุณทำอาหารให้ชางเอ๋อร์กิน ส่วนผมอยู่ที่บ้านเก่าดูแลบ้าน”
หยางจยาฮุ่ยถลึงตาใส่เฉินต้าไห่ “ถ้าฉันไม่อยู่บ้านหลังนั้นแล้วใครจะทำอาหารให้คุณกิน!”
เฉินต้าไห่หัวเราะลั่น “ผมเป็นพ่อครัวนะ ไม่ต้องกลัวเรื่องนี้”
หยางจยาฮุยส่ายหน้า “เรื่องนี้ไว้คุยกัน แม่กับพ่อของลูกยังมีเรี่ยวแรงทำงานได้ ไม่จำเป็นต้องรบกวนลูก แล้วอีกอย่างบอกตามตรง พ่อกับแม่อยู่ชนบทมาครึ่งชีวิตแล้ว ย้ายมาอยู่อันหยางไม่ชิน พ่อของลูกเขาอยู่บ้านหลังนั้นจนชินแล้ว ชอบไปแวะเวียนไปตามของเพื่อนบ้าน รอพ่อกับแม่แก่จนไม่เรี่ยวแรงแล้วค่อยว่ากันอีกที”
เฉินชางไม่ได้เกลี้ยกล่อมโน้มน้าวใจ อะไรที่พ่อแม่รู้สึกสบายใจก็ตามนั้น
แต่เฉินชางยังกล่าวอีกว่า “พ่อ แม่ ต่อไม่ไม่ต้องทำงานหนักแล้วนะ ใส่ใจสุขภาพร่างกายด้วย อายุมากแล้วต