แต่ความเป็นจริงแล้วเป็นรุ่นพี่ ดังนั้นการที่ฉินเยว่เรียกสามีของสือหน้าว่าพี่เขย ส่วนเฉินชางเรียกภรรยาของเฉินปิ่งเซิงพี่สะใภ้ ความจริงแล้วก็สมเหตุสมผลอยู่
เพราะถ้าคุณเรียกว่าภรรยาของอาจารย์ก็ฟังดูไม่รื่นหูสักเท่าไหร่!
เรียกพี่สะใภ้จะเหมาะกว่า
เรียกพี่สะใภ้ฟังดูสนิทสนมกว่าด้วย
เฉินชางมองเหล่าเฉิน ยิ้มเอาอกเอาใจ “หัวหน้าดูสิครับ อาจารย์ของฉินเยว่จะไปต่างประเทศ มีแพลนจะซื้อของจากต่างประเทศมาฝากศิษย์ด้วย คุณแพลนจะซื้ออะไรให้ผมหรือครับ”
เฉินปิ่งเซิงกวาดตามองเฉินชางทีหนึ่ง “เด็กอย่างคุณหาเงินได้มากกว่าผมอีก วันชาติไม่คิดจะมาคารวะหัวหน้า ยังจะให้ผมซื้อของขวัญให้อีก คุณมันคนอกตัญญู”
เมื่อทุกคนได้ยินประโยคนี้ต่างก็พากันหัวเราะออกมาทันใด
ทุกวันนี้เฉินชางหาเงินได้ไม่น้อย สิ่งที่สำคัญคือต้องแลกมาด้วยความเหนื่อยล้า ทุกวันมีเคสผ่าตัดหลายเคส ช่วงก่อนหน้านี้ที่ผู้ป่วยเคสเย็บเส้นเอ็นเยอะมาก มีเคสผ่าตัดหลายสิบเคสต่อวัน เดือนหนึ่งเย็บเส้นเอ็นสามสี่ร้อยเคส
ผ่าตัดหนึ่งเคสได้ร้อยสองร้อยหยวน รวมๆ ก็สามสี่หมื่นหยวนแล้ว
ทว่าเหนื่อยมากจริงๆ!
หมอธรรมดาทั่วไปเดือนหนึ่งอย่างมากก็ผ่าตัดไม่กี่สิบเคส วันหนึ่งมากสุดก็สามถึงห้าเคส
เย็บเส้นเอ็นวันละสิบเคส โดยปกติก็แทบไม่เวลาไปทำอย่างอื่นแล้ว เรื่องเลิกงานเป็นเรื่องหลังสามทุ่มไปแล้ว จะบอกว่างานไม่หนักคงไม่ได้
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ เฉินปิ่งเซิงมองเฉินชาง แล้วก็ถอนหายใจอ