ลอกผม…
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ เฉินชางคิดใคร่ครวญอย่างลึกซึ้งตลอดทางกลับโรงพยาบาลอันดับสอง
ทันทีที่เขากลับไปถึงโรงพยาบาล ฉินเยว่คนขี้ประจบเดินตรงเข้ามาหาเฉินชางจากด้านหลังอย่างว่องไวราวกับแมวที่กระโจนตัวเข้ามา
เฉินชางไม่พูดไม่จาแต่หัวเราะเยาะออกมา แสดงทีท่าไม่สนใจฉินเยว่ เขาเดินก้าวเท้ายาวๆ ไป แล้วกล่าวทิ้งท้ายว่า “ดูตัวคุณสิ บุคลิกขี้ประจบแบบนี้ อนาคตสดใสแน่…”
เมื่อฉินเยว่เห็นอากัปกิริยาเช่นนี้ เธอก็เร่งฝีเท้าตามไปพลางหัวเราะเยาะ “ชิ! คุณกำลังอิจฉา ถ้าคุณมีทักษะเล่นเปียโนเหมือนสิงอวี่เทพบุตรของฉัน ฉันก็ประจบคุณด้วยเหมือนกัน”
เฉินชางหยุดชะงักทันที เขาหันกลับมาอย่างรวดเร็ว สายตาจับจ้องฉินเยว่ “พูดจริง?”
ฉินเย่วเดินตามก้นเฉินชางมาติดๆ ใครจะไปคิดว่าเฉินชางจะหันขวับกลับมากะทันหันขนาดนั้น ทำเอาหน้าเธอแทบจะชนเข้ากับหน้าอกของเฉินชาง
ฉินเยว่รีบถอยหนึ่งก้าวทันที กล่าวเสียงเหนื่อยหอบว่า “พูดแล้วไม่คืนคำ!”
สีหน้าของเฉินชางดูพึงพอใจ ค่อนข้างใจเต้นแรง ครุ่นคิดว่าจะลงมืออย่างไรดี
ฉินเยว่เดินตามเฉินชางเข้าไปในห้องเปลี่ยนเสื้อ ถามขึ้นว่า “อ้อ จริงด้วย วันนี้เกิดอะไรขึ้นกันแน่ เล่าให้ฟังเร็วเข้า เกิดเรื่องใหญ่โตเลยใช่มั้ย”
เฉินชางถอนหายใจออกมาด้วยความเบื่อหน่าย “คุณต้องขอบคุณผมงามๆ วันนี้ถ้าไม่ใช่เพราะผมคนแซ่เฉินคนนี้ ชั่วชีวิตนี้เทพบุตรนักเปียโนของคุณอย่าได้คิดจะเล่นเปียโนอีกเลย”
ฉินเยว่กลอกตามองบน “ค