“มีอะไรหรือครับ”
หวังอวี้ซานเดินเข้ามาในห้องทำงาน ปิดประตูแล้วกวาดสายตามองทุกคนหนึ่งที จากนั้นก็มองไปที่เฉินชาง กล่าวว่า “เสี่ยวเฉิน ผมพาสิงอวี่มาหาคุณเพราะมีเรื่องหนึ่งที่อยากคุยกับคุณ…
…คืออย่างนี้นะครับ คุณฟังแล้วอย่าเพิ่งใจร้อน คุณพิจารณาความคิดเห็นของผมสักนิดก็พอแล้วครับ คืออย่างนี้นะครับ การผ่าตัดในวันนี้คุณเป็นผู้ผ่าตัด แต่พวกเราไม่อยากให้คุณโอ้อวดมากเกินไป ถึงยังไงสังคมในทุกวันนี้เป็นยังไงคุณก็รู้ ถ้าเรื่องผ่าตัดของคุณกระจายออกไป คุณจะต้องมีชื่อเสียงโด่งดังมากแน่ แล้วไม่ต้องสงสัยเลยว่าอนาคตเคสผ่าตัดของคุณก็จะเยอะมากตามไปด้วย…
…แต่กรณีแบบเดียวกันนี้ใช่ว่าจะไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทว่าชื่อเสียงกลับทำให้การพัฒนาศักยภาพของคนของคนเหล่านั้นหลังจากมีชื่อเสียง…ไม่ดีเท่าที่ควรนัก คุณยังหนุ่ม อายุเพิ่งจะยี่สิบเจ็ด แต่ละด้านของชีวิตเพิ่งจะเริ่มขึ้น ช่วงอายุเท่านี้เป็นช่วงที่พัฒนาได้รวดเร็วที่สุด ผมอยากให้คุณอาศัยช่วงเวลานี้ตั้งใจลับคมตนเอง ยกระดับศักยภาพของตนเองให้สูงขึ้น อย่าให้สิ่งเร้าภายนอกมารบกวน…
…ดังนั้นที่ผมมาหาคุณก็เพื่อจะบอกว่า จะยังไม่ให้สิงอวี่ประกาศต่อสาธารณะชั่วคราวว่าใครเป็นคนผ่าตัดให้ คุณ…คุณคิดว่ายังไงครับ”
หวังอวี้ซานคิดใคร่ครวญอย่างรอบคอบแทนเฉินชางจริงๆ เฉินชางยังหนุ่มมาก อายุแค่ยี่สิบเจ็ด สำหรับวงการแพทย์แล้วการมีชื่อเสียงตั้งแต่อายุยังน้อยไม่ใช่เรื่องดีนัก!
อาชีพแพทย