ที่โรงพยาบาลหมัวตูซื่อลิ่ว”
เมื่อทุกคนได้ฟังดังนั้น ต่างก็ส่งเสียงหัวเราะออกมา
เฉินชางหัวเราะ “ผู้อำนวยการหวัง คุณล้อผมเล่นแล้ว โรงพยาบาทหมัวตูซื่อลิ่วอัดแน่นไปด้วยบุคลากรที่มีความสามารถ ไม่ขาดแคลนท่านๆ เหล่านี้เลย…อีกอย่างนะครับ ถึงแม้ผมจะอยู่ตงหยาง แต่เราก็ยังติดต่อกันได้”
หวังอวี้ซานพยักหน้า โรงพยาบาทหมัวตูซื่อลิ่วไม่เคยขาดหมอวัยหนุ่มสาว แต่ยังไม่เคยมีหมอวัยหนุ่มสาวที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางขั้นสูง
บุคคลมีความสามารถ ไม่ว่าจะยุคสมัยไหนก็เป็นสิ่งหายาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บุคคลที่มีความสามารถขั้นสูง
หวังอวี้ซานพยักหน้าจริงจัง เขามองเฉินชางแล้วกล่าวเน้นทีคำทีละประโยค “ครับ ผมพูดจริงๆ เสี่ยวเฉิน เมื่อถึงเวลาที่จำเป็น ต้องเชิญคุณให้เข้าร่วมประชุมทางไกลเพื่อร่วมวินิจฉัย หรือเวลาจำเป็นต้องเชิญคุณเข้าร่วมอภิปรายหัวข้อสำคัญ คุณห้ามปฏิเสธนะครับ”
หวังอวี้ซานมองเฉินชาง เกิดกลัวว่าเฉินชางจะให้รับปากแบบขอไปที
เฉินชางยิ้มพร้อมส่ายหน้า แล้วกล่าวตามความจริง “ไม่ปฏิเสธแน่นอนครับ ผมยังมีอะไรอีกหลายอย่างที่ต้องเรียนรู้จากผู้อำนวยการหวังครับ!”
เฉินชางกล่าวตามความจริง หวังอวี้ซานเป็นบุคคลที่เจิดจรัสมาก กล่าวให้เข้าใจง่ายขึ้นก็คือหวังอวี้ซานเป็นศัลยแพทย์ด้านมือผู้ทรงคุณวุฒิที่เปี่ยมด้วยความรู้ความสามารถในสาขานี้มากพอให้เฉินชางได้เรียนรู้ไปอีกนาน
แต่ตอนนี้เขายังไม่อยากจากมณฑลตงหยางไป เพราะมณฑลตงหยางทำให้เ