ากยิ่งขึ้น!
สิ่งที่ได้เรียนรู้ก็คงมากขึ้นด้วย
ขณะที่เฉินชางกำลังจะเดินตามคนอื่นๆ ไปที่ห้องประชุม จู่ๆ ถานจงหลินก็เรียกเขาไว้ “เสี่ยวเฉิน เดี๋ยวคุณไปที่ห้องผ่าตัดกับผม”
คำพูดของถานจงหลินไม่ได้ทำให้หวังอวี้ซานกับฉางหงเหล่ยรู้สึกประหลาดใจ ถึงอย่างไรเสียถานจงหลินก็เป็นเจ้าถิ่น การที่จะเรียกใครเข้าไปในห้องผ่าตัดด้วยก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ นี่คงจะเป็นลูกศิษย์เขา
ทว่าถานจงหลินปฏิบัติต่อลูกศิษย์ของเขาไม่เลวเลยจริงๆ
จังหวะที่หวังอวี้ซานหันไปมองเฉินชาง เขาถึงกับชะงักในทันใด “เอ๊ะ? คุณ…คุณไม่ใช่…ผมค่อนข้างคุ้นหน้าคุณ!”
ระยะเวลาจากวันนั้นถึงวันนี้ห่างกันประมาณหนึ่งเดือน หวังอวี้ซานค่อนข้างคุ้นหน้าเฉินชาง แต่ก็นึกไม่ออกว่าเคยเจอกันที่ไหน
เฉินชางยิ้มเล็กน้อย “สวัสดีครับผู้อำนวยการหวัง ผมชื่อเฉินชางครับ”
หวังอวี้ซานตบหน้าขาหนึ่งที สีหน้าปีติยินดีทันใด “นั่นไง ผมก็ว่าทำไมคุ้นหน้าคุณจัง คิดไม่ถึงว่าจะได้มาเจอกันในสถานการณ์เดิม ฮ่าๆ เป็นโชคชะตาจริงๆ!”
เฉินชางหัวเราะ “ผมเลื่อมใสผู้อำนวยการหวังมานานมากแล้ว วันนี้โชคดีได้ดูการผ่าตัดใกล้ๆ เป็นเกียรติมากครับ”
หวังอวี้ซานหัวเราะ “ครั้งที่แล้วที่คุณผ่าตัดเคสนั้นให้พวกผมได้รับชมนั่นสิที่เรียกว่ายอดเยี่ยม! ไปกันครับ ไปห้องผ่าตัดด้วยกัน เป็นผู้ช่วยมั้ยครับ…
…หัวหน้าถานครับ นี่…เสี่ยวเฉินเป็นลูกศิษย์คุณหรือครับ มิน่าเล่าปลูกถ่ายผิวหนังได้ยอดเยี่ยมขนาดนี้!…”
ค