ออกมาก็เจอฉินเยว่กำลังเดินแกว่งแขนก้าวเท้ายาวๆ ตรงไปยังห้องเปลี่ยนเสื้อ
นัยน์ตาของเฉินชางเปล่งประกายในทันใด เขาดึงตัวฉินเยว่เข้ามาในห้องเวรทันที แล้วก็ปิดประตูเสียเลย!
จากนั้นก็ต้อนฉินเยว่จนติดมุมกำแพงด้วยท่าทางที่ดูโหดร้าย มือข้างซ้ายวางทาบลงบนผนังกำแพงข้างศีรษะฉินเยว่ นัยน์ตาของเขาหรี่ลง เผยให้เห็นรอยยิ้มที่ดุร้ายราวกับโกรธแค้นฝังใจ!
“แหม เมื่อคืนนี้นอนหลับสบายเลยสินะ”
เมื่อฉินเยว่เห็นสถานการณ์เช่นนี้ เธอก็ฝืนยิ้มออกมา “อืม หลับสบายมาก”
เฉินชางทำเสียงเชอะออกมา “ว่ามา จะให้ทำแบบไหน”
ฉินเยว่ชะงัก เธอมองเฉินชางตาปริบๆ ส่งสายตาวิงวอนด้วยความน่าสงสารยิ่งนัก “มาขนาดนี้แล้ว ตามที่คุณต้องการ...”
เฉินชางพลันตกตะลึง ทำไมตรงกันข้ามกับสิ่งที่คิดไว้
ฉินเยว่จะต้องคิดว่าตนไม่กล้าทำแน่ๆ คิดอย่างงั้นรึ?
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ เฉินชางก็หัวเราะชั่วร้ายออกมา แล้วใช้นิ้วชี้ข้างขวาช้อนคางฉินเยว่ขึ้นเบาๆ จากนั้นก็เป่าลมใส่หน้าฉินเยว่ “งั้นผมไม่เกรงใจละนะ!”
เขาอยากจะรู้นักว่าฉินเยว่จะยืนหยัดแสดงละครต่อไปได้ถึงเมื่อไหร่
เขาเห็นแค่ว่าในตอนนี้ใบหน้าของฉินเยว่แดงระเรื่อ หลับตาปี๋ ขนตาที่งอนยาว