จับฉัน!’…”
“…แล้วพวกเราก็วิ่งตามแกไปจนมาถึงที่นี่”
หญิงสาวเล่าเรื่องราวหมดที่เกิดขึ้นจบแล้ว…
เฉินชางตัวสั่นเล็กน้อย เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ เขาก็รีบส่ายหน้าทันที
ตนเป็นหมอ ทำไมถึงหลงเชื่อเรื่องเล่างมงายไปกับพวกเขาได้
ส่วนเล่อเล่อกับพยาบาลคนอื่นๆ ก็กลัวจนยืนเกาะกลุ่มกัน ไม่กล้าพูดอะไรออกมาสักคำ
เฉินชางคิดในมุมกลับ ถามขึ้นว่า “คุณแม่ของคุณเคยป่วยเป็นอะไรมาก่อนหน้านี้มั้ยครับ หรือเคยกินยาอะไรมั้ย เช่นยาระงับประสาท ยาระงับอาการปวด อะไรพวกนี้น่ะครับ”
หญิงสาวดูอายุยังไม่มาก เดาว่าเป็นคนหน้าอ่อนกว่าวัย เธอส่ายหน้า “ไม่มีนะคะ ปกติแม่ฉันแข็งแรงมาก กินยานอนหลับก็น้อยมาก กินแค่เวลาที่กลัวว่าจะนอนไม่หลับ ยาระงับอาการปวดอะไรพวกนั้นปกติไม่กินเลย สุขภาพจิตแม่ก็ดีมาก ทุกวันจะไปร้องเล่นเต้นรำอยู่ที่ศูนย์กิจกรรมผู้สูงวัย อ้อ จริงด้วยค่ะ! แม่เป็นโรคความดันโลหิตสูง เป็นมาสิบกว่าปีแล้ว แต่กินยาสม่ำเสมอนะคะ”
เมื่อเฉินชางคิดไปคิดมา ตัดเรื่องประวัติจิตเวชออกไป แล้วก็ไม่มีประวัติการอาการเจ็บป่วยที่ส่งผลกับจิต หลังจากที่คิดตรึกตรองดูแล้ว เขากล่าวขึ้นว่า “ทำซีทีสแกนกันเถอะครับ!”
หญิงสาวพยักหน้า ทว่าก็ยังค่อนข้างรู้ส