ากนรกแห่งความทุกข์นั่นมาได้!”
เฉินชางชะงักงัน “หมายความว่ายังไง”
เฉียนหลินมองเฉินชางด้วยสีหน้าประหลาดใจ “นี่คุณไม่รู้หรือเนี่ย”
เฉินชางสีหน้างุนงง “รู้เรื่องอะไร”
แล้วจู่ๆ เฉินชางก็รู้สึกเหมือนว่าตนจะขาดความรู้ความเข้าใจในบางข้อของเมิ่งซีไป
เฉียนหลินกล่าวต่อว่า “เอ๊ะ ดูท่าทางคุณจะไม่รู้จริงๆ ไม่งั้นคุณคงจะไม่สมัครเป็นลูกศิษย์นางปีศาจสาวเมิ่งซีโดยที่ไม่ดูตาม้าตาเรือได้ขนาดนี้!”
“…ผมจะเล่าให้คุณฟังก็แล้วกัน คุณจะได้รู้เอาไว้ก่อน จะเล่ายังไงดีล่ะ ถ้าถามหัวหน้าเมิ่งซีเป็นคนหรือเปล่า แน่นอนว่าเก่งขั้นเทพ บอกได้คำเดียวว่าไร้ที่ติ แต่เป็นคนบ้างาน ทั้งยังเข้มงวดมากเกินไปด้วย ผมเคยติดตามหัวหน้าเมิ่งอยู่หนึ่งเดือน น้ำหนักลดฮวบไปสิบกว่ากิโล ทำงานหามรุ่งหามค่ำ ช่วงเช้าผ่าตัด ตกเย็นเขียนบทความวิจัย เวลารับประทานอาหารจะต้องมีสถานการณ์แทรกตลอด เธอทรมานผมจนผมรู้สึกไม่อยากอยู่ใกล้…
…ผมก็แค่อยากใช้ช่วงเวลาที่สงบสุขในตอนเรียนปริญญาโท ตั้งใจหาคนรักสักคนคบกันเป็นแฟน แล้วหลังจากที่เรียนจบแล้ว ผมก็จะหางานที่มั่นคง มีลูกน้อยจ้ำม่ำสักหนึ่งคน ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขไปชั่วชีวิต…
…ถ้าหัวหน้าเมิ่งเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาผม จะไม่เท่ากับชีวิตผมจะต้องถูกทำลายหรือไง ดังนั้น! ผมถึงรู้สึกซาบซึ้งในบุญคุณของคุณ…”
“…ฉะนั้น น้องชาย คุณช่วยชีวิตผมไว้ให้รอดพ้นจากภยันตราย ผมจะไม่รู้สึกซาบซึ่งในบุญคุณของคณได้ไงกัน”
เฉินชางเข้าใจ