องเราแน่”
เฉินชางหัวเราะ “หัวหน้าจางเกรงใจกันเกินไปแล้วครับ แต่ละแผนกต้องให้ความช่วยเหลือซึ่งและกันเป็นปกติอยู่แล้วครับ ผมก็แค่ทำในสิ่งที่ผมควรทำเท่านั้นเอง…”
เมื่อจางจิ้นเฟิงเห็นว่าเฉินชางดูเป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตนเปิดเผยจริงใจ เธอก็พยักหน้าพร้อมกับยิ้มออกมาด้วยความชอบใจอย่างกลั้นไม่อยู่
สายตาที่มองเฉินชางเปี่ยมไปด้วยความปลื้มอกปลื้มใจ เกิดความรู้สึกดีต่อเฉินชางขึ้นในใจอย่างอดไม่ได้
[ติ๊ง! ค่าความรู้สึกดีของจางจิ้นเฟิง +10]
จางจิ้นเฟิงหันไปหาเว่ยจื้อ เธอยื่นมือออกไป “หัวหน้าเว่ย อุตส่าห์เดินทางมาตั้งไกล ขอบคุณมากจริงๆ”
เว่ยจื้อส่ายหน้า หลังจากที่ถอดหน้ากาอนามัยออกแล้ว เขาก็ยิ้มพร้อมกล่าวว่า “พูดเหมือนเป็นคนอื่นคนไกลกันเลยนะครับเนี่ย นี่เป็นเรื่องช่วยชีวิตคน จะบ่นเหนื่อยได้ไงกันครับ นี่เป็นงานของพวกเรา!…”
“…และจะว่าไปแล้วถ้าวันนี้ผมไม่มา ผมก็คงไม่ได้เห็นเคสผ่าตัดที่ยอดเยี่ยมแบบนี้”
เมื่อพูดมาถึงตรงนี้ เว่ยจื้อก็หันไปพินิจพิเคราะห์เฉินชาง ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา สติปัญญาเฉียบแหลม ลักษณะดูเป็นคนเปิดเผยจริงใจ จากนั้นเขาก็อดกล่าวออกมาจากใจไม่ได้ว่า “เด็กรุ่นใหม่กล้าคิดกล้าทำมีความสามารถโดดเด่น คนรุ่นใหม่เก่งกว่าคนรุ่นเก่า!…
…พ่อหนุ่ม คุณเก่งมาก การผ่าตัดเคสนี้สร้างแรงบันดาลใจให้ผมมาก วันข้างหน้าเราคงต้องทำความรู้จักกันให้มากขึ้น ผมชื่อเว่ยจื้อ หัวหน้าแผนกศัลยกรรมทรวงอกโรงพยาบาลประชาชนแห่งมณ