งครับ ผมหนังหน้าหนาขายหน้านิดหน่อยก็ไม่เป็นไร แต่ผมกลัวว่าผมจะทำให้คุณขายหน้า!”
เมื่อเฉียนเลี่ยงได้ฟังเช่นนี้ก็รู้สึกแปลกใจ
เฉียนหลินคนนี้เขารู้นิสัยดี ถึงจะไร้ยางอาย แต่มีความสามารถ ไม่ว่าจะเป็นความรู้พื้นฐานทางการแพทย์หรือความรู้องค์รวมจัดว่าดีมาก
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้เฉียนเลี่ยงอดถามไม่ได้ว่า “เกิดเรื่องอะไรขึ้น”
เฉียนหลินถอนหายใจออกมา “อาจารย์เมิ่งซีไม่เลือกผม”
เมื่อได้ฟังเช่นนี้เฉียนเลี่ยงก็เข้าใจทันที แล้วเขาพลันหัวเราะออกมา “อ๋อ เสี่ยวเมิ่ง ฮ่าๆ ไม่เลือกก็ไม่แปลก เสี่ยวเมิ่งยังเด็ก มาตรฐานสูง เพิ่งจะอายุสามสิบก็ได้เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาของนักศึกษาปริญญาโทแล้ว ดังนั้นจะเลือกลูกศิษย์ทั้งทีก็ต้องเลือกให้มากถือเป็นปกติ…”
“…เอางี้นะ ลุงไปคุยกับเสี่ยวเมิ่งให้ ถึงยังไงก็ต้องมีลูกศิษย์ เสี่ยวเมิ่งเองก็รู้สึกดีกับเธออยู่บ้าง!”
เมื่อพูดมาถึงตรงนี้ เฉียนเลี่ยงก็บอกกับเฉียนหลินพร้อมรอยยิ้ม “ไปกัน ไปแผนกศัลยกรรมหัวใจกับลุง”
เมื่อเฉียนหลินได้ยินเช่นนั้นสีหน้าก็พลันเปลี่ยน เขารู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาทันใด “มะ มะ มะ…ไม่ได้หมายความว่าแบบนั้นครับ คุณลุงครับ ที่นี่เป็นโรงพยาบาล คุณลุงเป็นรองผู้อำนวยการ ทุกการกระทำทุกคำพูดของคุณลุงเป็นที่จับตา คุณลุงจะเสียเพราะเรื่องส่วนตัวไม่ได้!…”
“…ถ้าพ่อแม่ผมรู้ว่าเพราะเรื่องผม ทำให้ลุงต้องเสียงาน พวกท่านจะต้องตีผมตายแน่”
เฉียนเลี่ยงโบกไม้โบกมือแย้ง “ไม่เป็นไรๆ นี่