ลือดขาวที่ผลิตจากไขกระดูก แบ่งออกเป็น 2 ชนิดย่อย คือ บีเซลล์ (B-Cell) และทีเซลล์ (T-Cell) เมื่อเม็ดเลือดขาวถูกผลิตออกมาแล้ว 25% ที่เป็นบีเซลล์จะยังอยู่ในไขกระดูก ส่วนเม็ดเลือดขาว 75% จะเข้าสู่ระบบน้ำเหลืองและเลือด จากนั้นก็จะพัฒนาเป็นทีเซลล์ต่อไป โดยเม็ดเลือดขาวชนิดนี้จะทำหน้าที่ในการต่อสู้กับการติดเชื้อ และป้องกันการติดเชื้อในครั้งต่อไป
[6] ฟอสเฟตในเลือดสูง (Hyperphosphatemia) มักไม่มีอาการใดๆ ปรากฏ แต่บางครั้งอาจแสดงอาการของภาวะแคลเซียมในเลือดต่ำ (Hypocalcemia) เช่น ปวดกล้ามเนื้อ ชักกระตุก รู้สึกชารอบปาก ปวดกระดูกและข้อต่อ รู้สึกคัน และมีผื่นขึ้นตามร่างกาย นอกจากนี้ บางรายที่ป่วยเป็นโรคไตอาจมีภาวะของเสียคั่งในเลือด (Uremic Symptoms) ร่วมด้วย โดยจะรู้สึกอ่อนเพลีย หายใจไม่อิ่ม คลื่นไส้ อาเจียน และมีปัญหาในการนอน
[7] Parathyroid hormone (PTH) มีหน้าที่ควบคุมความเข้มข้นของแคลเซียมและฟอสฟอรัสในพลาสม่า
[8] แคลซิไทรออล (Calcitriol) คือ วิตามินดีรูปแบบที่ออกฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาได้ทันทีเมื่อยาเข้าสู่ร่างกาย โดยวิตามินดีจัดเป็นวิตามินที่มีคุณสมบัติเป็นฮอร์โมนที่สำคัญต่อร่างกาย ซึ่งมีหน้าที่หลักในการควบคุมสมดุลของแคลเซียม