นุ่มน้อยที่มีหน้าตาหล่อเหล่า กริยาท่าทางสง่าผ่าเผย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สิ่งสำคัญที่สุดคือเมิ่งซีพบว่าก่อนที่เธอจะมาถึงห้องทำงาน เธอเห็นเขายืนอยู่ที่หน้าประตูแล้ว มาก่อนเวลาเกือบหนึ่งชั่วโมง
เมิ่งซีให้ความสำคัญกับเรื่องเวลามาก มีวินัยกับตนเองมากเป็นพิเศษ เข้มงวดกวดขันกับเป้าหมายของตนเอง เรื่องในวันนี้ไม่ยืดเยื้อถึงพรุ่งนี้แน่
อีกทั้งในวันนี้เฉินชางก็มาแต่เช้าตรู่ สร้างความประทับใจให้กับเมิ่งซี บวกกับเฉินชางเป็นคนบุคลิกดี กล่าวโดยสรุปคือเมื่อเทียบกับคนอื่นแล้ว เฉินชางได้คะแนนพิเศษ
เมิ่งซีเผยรอยยิ้มออกมา “คุณไม่ต้องประหม่าขนาดนั้นก็ได้ค่ะ ปีนี้คุณอายุเท่าไหร่แล้ว”
เฉินชางตอบอย่างซื่อๆ “ยี่สิบเจ็ดครับ”
เมิ่งซีพยักหน้าเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง “อายุยี่สิบเจ็ดคุณก็ทำงานแล้ว แล้วถึงค่อยมาเรียนปริญญาโท งั้นคุณก็มีประสบการณ์ทำงานแล้ว?”
เฉินชาง “ครับ หลังจากที่เรียนจบผมก็เข้าไปทำงานที่โรงพยาบาลอันดับสอง อยู่แผนกฉุกเฉิน ทำมาเกือบสามปีแล้วครับ”
หลังจากที่ฟังประโยคนี้ทั้งประโยคแล้ว เมิ่งซีก็พยักหน้า “ภาษาอังกฤษของคุณเป็นยังไงบ้างคะ”
การที่เธอถามคำถามนี้ ไม่ใช่เพียงเพราะว่าทักษะภาษาอังกฤษของเธออยู่ระดับค่อนข้างสูง แต่ต้องการที่จะตรวจสอบประสิทธิภาพในการเรียนรู้ของเฉินชาง เพราะคนที่เข้าทำงานแล้วยังสมัครใจที่จะเรียนภาษาอังกฤษเพิ่มมีน้อยมาก
ปัจจุบันวิทยานิพนธ์กับวารสารทางการแพทย์เป็นภาษาอังกฤษทั